web stats

ข่าว

+-User

Welcome, Guest.
Please login or register.
 
 
 
Forgot your password?
ปัญหาการสมัครสมาชิก
วิธีเปลี่ยนสถานะเป็นนักเขียน
วิธีลงนิยาย
วิธีใช้งานบอร์ด

+-สถิติการใช้งาน

Members
Total Members: 880
Latest: Levitra5a
New This Month: 0
New This Week: 0
New Today: 0
Stats
Total Posts: 1627
Total Topics: 950
Most Online Today: 3
Most Online Ever: 111
(05 มีนาคม 2017 เวลา 22:56:02 )
Users Online
Members: 0
Guests: 6
Total: 6

ผู้เขียน หัวข้อ: คืนนั้น...ของฉันและเธอ บทที่ 12  (อ่าน 1080 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ อาพัทธ์ อันธการ

  • Moderator
  • ขาจร
  • *****
  • กระทู้: 74
คืนนั้น...ของฉันและเธอ บทที่ 12
« เมื่อ: 26 ธันวาคม 2013 เวลา 23:43:17 »
บทที่ 12

สาวหน้าใสดูออกว่าไม่ใช่แค่การหยอกล้อแบบเพื่อน มันมากกว่านั้น ยังกับว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน หรือว่าพี่พิมจะเป็นชู้กับผู้หญิงคนนั้น

ฝนคิดอยู่พักเดียวจึงเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ พี่พิมมีสีหน้าตกใจ คงไม่คาดคิดว่าจะเจอหล่อนที่นี่ ส่วนอีกคนเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะเรื่องวันนั้น

“ดีค่ะพี่พิม” เธอเอ่ยทักก่อน

“ดีจ๊ะ” เสียงหวานตอบเบา

“มาซื้อของกับเพื่อนเหรอคะ” ตากลมโตเห็นถุงหลายใบในมือคนหน้าหวาน คำว่าเพื่อนหล่อนย้ำเสียงหนักกว่าคำอื่นๆ

“เอ่อ ใช่ค่ะ” จิณณพัตตอบตะกุกตะกัก

“อือ งั้นฝนไม่รบกวนแล้วค่ะ หวาน เอ้ยเที่ยวกันตามสบายนะคะ” เธอทำเป็นหลุดคำว่าหวานออกไปเหมือนไม่จงใจ แต่บอกเป็นนัยว่ารู้เรื่องของคนทั้งคู่

“จ๊ะ” พี่พิมตอบเสียงอ่อยๆ

ผู้หญิงร่างสูงเงียบกริบ ปากบางเม้ม ดวงตาสีเกือบดำบอกให้รู้ว่าโกรธ แต่ใช่ว่าเธอจะสนใจ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครกันแน่ที่จะชนะในเกมนี้



“หญิง” หล่อนเรียกคนข้างๆ เมื่อสาวน้อยจากไปแล้ว

“ว่าไงคะ” สาวหน้านิ่งถามเรียบๆ

“พิมกลัว” เธอบอกออกไป

“อย่ากลัวเลยค่ะ ถ้าเด็กคนนั้นบอกกับคนอื่น พิมก็แค่ปฏิเสธไป ยังไงเด็กคนนั้นก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรอยู่แล้ว” กิตติญาบอกอย่างคนใจเย็น

หญิงสาวเห็นว่าที่อีกฝ่ายพูดก็มีเหตุมีผลไม่น้อย แต่ความกังวลก็กัดกินจิตใจ คนอื่นรู้ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าภาครู้ล่ะก็ หล่อนไม่อยากคิดเลยว่าจะเป็นยังไง



วันรุ่งขึ้นในตอนเช้าที่คนยังไม่มา หล่อนพบดวงฤทัยนั่งคอยอยู่แล้ว เธอเกิดความกลัวที่จะเผชิญหน้าขึ้นมา

“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่พิม” สาวน้อยพูดยิ้มๆ

“ดีค่ะ” เธอสงวนคำพูด

“เมื่อวานเป็นไงบ้างคะ เที่ยวสนุกไหมคะ” เด็กสาวเข้าเรื่องทันที

“ก็ดีค่ะ” หล่อนตอบกลางๆ จริงๆ มันดีมากๆ ถ้าคนตรงหน้าไม่เข้ามาทักและไม่เห็น

“เหรอคะ” เป็นคำพูดสั้นๆ ที่น้ำเสียงไม่ได้บ่งบอกอย่างที่พูดเลยสักนิดเดียว

“เที่ยวกับเอ่อ...คนอื่นที่ไม่ใช่สามีเนี่ย ถ้าแฟนพี่รู้ เขาจะพูดยังไงน้า” สาวหน้าใสพูดเหมือนเปรย แต่ทว่าแสดงการข่มขู่อย่างชัดเจน

“เที่ยวกับเพื่อนผิดตรงไหนล่ะคะ” หญิงสาวปั้นหน้านิ่งตอบ พยายามไม่สะทกสะท้านไปกับคำพูดของคนตรงหน้า

“จากที่เห็นไม่ใช่แค่เพื่อนมั้งคะ” เด็กสาวย้ำ

“เพื่อนก็คือเพื่อนค่ะ น้องฝนคงคิดมากไปเอง อีกอย่างพี่คิดว่าพี่จะไปเที่ยวกับใครมันก็เป็นสิทธิ์ของพี่นะคะ เป็นเรื่องส่วนตัว” ความกลัวหายไปอย่างสิ้นเชิง คำพูดของกิตติญาเป็นจริงทุกอย่าง แค่หล่อนไม่รับ เด็กคนนี้จะทำอะไรได้

“พี่จะยืนยันอย่างนั้นก็ตามใจค่ะ แต่ไม่ลองเปลี่ยนมาคบฝนแทนบ้างเหรอคะ” ดวงฤทัยเฉลยความต้องการออกมา

“ขอโทษนะคะ อย่างที่พี่บอก พี่มีสามีแล้ว พี่ขอตัวทำงานล่ะ” หล่อนเริ่มไม่พอใจ ช่างเป็นคนที่ฉวยโอกาสอะไรอย่างนี้ เอาความลับของเธอมาข่มขู่เพื่อจุดประสงค์ของตัวเอง โอกาสที่เคยคิดว่าจะให้เจ้าตัวพิสูจน์คงไม่ต้องอีกต่อไป จากนี้หล่อนจะเด็ดขาดและเฉยชา



สาวน้อยกัดฟัน ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาแบบนี้ หล่อนอุตส่าห์กำความลับไว้แล้วแท้ๆ ยังทำเหมือนไม่สนใจ

ได้เลย เดี๋ยวสามีรู้จะได้รู้ว่าเธอไม่ได้แค่ขู่ คนอย่างหล่อนทำจริงเสมอ แล้วมาคอยดูกันว่าใครกันแน่ที่จะตกที่นั่งลำบาก เด็กสาวมาดหมายในใจ



เธอใช้เวลา 2 วันในการจ้างนักสืบเพื่อหาที่อยู่และที่ทำงานของนนทพันธ์สามีของพี่พิม จากประวัติคร่าวๆ ที่ได้มาดูเหมือนจะเป็นคนดีรักภรรยาเสียด้วย

เมื่อพักเที่ยงเธอรีบตรงไปยังสถานที่ทำงานของเขาทันที ซึ่งไม่ได้ห่างไกลกับที่ทำงานของเธอมากนัก หล่อนเห็นเขากำลังเดินออกมาจากตึกสูง จึงรีบเข้าไปดักหน้า

“คุณคะ” เด็กน้อยเรียกชายหนุ่มหน้าคม

“ครับ” เขาขานรับงงๆ

“คือมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยน่ะค่ะ เรื่องภรรยาของคุณ” หล่อนแจ้งจุดประสงค์ เขาพยักหน้ารับรู้จึงทำสัญญาณมือให้เพื่อนหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันเดินล่วงหน้าไปก่อน

“มีอะไรเหรอครับ” หน้าตาหล่อเหลาดูจริงจังขึ้นมา

“เมื่อวานฉันเห็นภรรยาของคุณเดินกับผู้หญิงคนหนึ่ง คงไม่ใช่แค่เพื่อน”

“คุณรู้ได้ยังไงครับว่าไม่ใช่แค่เพื่อน แล้วคุณรู้จักภรรยาของผมได้อย่างไร” หน้าของเขานิ่งเฉย แต่มีความไม่พอใจแฝงอยู่

“ดิฉันทำงานที่เดียวกับภรรยาของคุณ ส่วนที่รู้ได้อย่างไร ดิฉันคงต้องบอกตามตรงว่าไม่มีเพื่อนที่ไหนเขาแสดงความรักกันในที่สาธารณะใช่ไหมคะ” หล่อนพูดกว้างๆ ชวนให้เข้าใจผิด

“ผมไม่มีธุระอะไรกับคุณอีกแล้ว ขอตัวนะครับ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ

“เดี๋ยวค่ะ คุณไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอคะ ที่ภรรยาของคุณมีชู้” เธอพูดออกไป

“คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมากล่าวหาภรรยาของผม คำพูดจากปากของคุณผมจะไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว อย่ามายุ่งกับผมอีก” น้ำเสียงทุ้มนิ่งเปลี่ยนเป็นโกรธเคืองและกระโชกโฮกฮาก

เด็กสาวกัดฟัน รู้สึกขัดใจไปเสียหมด เอาเรื่องจริงมาบอกก็ไม่เชื่อ โดนสวมเขาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว หล่อซะเปล่าแต่โง่



“ฮัลโหลลล” เสียงเด็กหนุ่มยานคาง

“อ้น” ดวงฤทัยเรียกปลายสาย

“ฝนเหรอ” น้ำเสียงของอีกฝ่ายเหมือนคนเมาเหล้า

“เออสิ ฉันมีเรื่องให้แกช่วยหน่อย” หล่อนแจ้งจุดประสงค์ที่โทรมา

“เรื่องอะไร” เด็กหนุ่มถามเหมือนไม่ใส่ใจ แต่เธอว่าดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ค่อยมีสติเสียมากกว่า คงเล่นยาอีกตามเคย

“แกช่วยปล่อยข่าวสักเรื่องสองเรื่องให้หน่อยสิ ฉันรู้นะว่าพ่อแกมีเส้นสายคนใหญ่คนโตหลายคน” สาวหน้าใสบอกอย่างรู้ทัน

“ก็มี แต่จะให้ปล่อยเรื่องอะไรล่ะ” เขาถามเสียงลอยๆ

เธอบอกรายละเอียดให้ฟังเกี่ยวกับกิตติญาและจิณณพัต หล่อนอยากรู้นักว่าเมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปยังจะทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม

“อือ น่าสนดีนี่ เดี๋ยวจัดการให้ละกัน” ชายหนุ่มรับปาก

“เมื่อไหร่แกจะเลิกเล่นยาซะทีเนี่ย งานการไม่คิดจะทำรึไง” หล่อนบ่น อย่างน้อยอ้นก็คอยช่วยเธอเสียหลายเรื่อง

“ทำไมต้องทำล่ะ พ่อฉันมีเงินเยอะแยะ ใช้ไม่หมดหรอก แล้วจะไปทำเพิ่มทำไมให้เหนื่อย” เขาพูดอย่างไม่สนใจนัก

“เออๆ ตามใจ แค่นี้แหละ” เด็กสาววางสาย ยิ้มอยู่คนเดียว



นนทพันธ์ถึงแม้ว่าจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่ข้างใจเขากลับกระวนกระวายกับเรื่องที่เด็กคนนั้นพูดออกมา เพราะจิณณพัตเปลี่ยนไปอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าชู้ที่ว่านั้นคือผู้หญิง ถ้าเป็นผู้ชายเขาคงเข้าใจได้มากกว่านี้ บางทีเด็กคนนั้นอาจจะเข้าใจผิดจริงๆ ก็ได้

ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้เขาก็คงต้องเก็บเงียบ ไม่เอ่ยปากบอกภรรยา มันเป็นเรื่องไร้สาระที่เขาไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องทะเลาะกัน ความเชื่อใจเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตคู่



ตอนเย็นในอีกสองวันต่อมาภรรยาเขาบอกกะทันหันว่าจะไปค้างกับหญิง เขาก็รับรู้และช่วยหล่อนจัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าใบเล็ก โดยที่ไม่ได้ถามว่าทำไมถึงต้องไปค้าง ชายหนุ่มเดาว่าคงมีเรื่องให้คุยกันตามประสาสาวๆ

รถเก๋งสีดำแล่นออกไปได้ไม่ถึงชั่วโมง โทรศัพท์เขาก็ดัง เบอร์แปลกไม่มีบันทึกไว้ เขากดรับ ปรากฏว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนม.ปลายด้วยกัน ซึ่งไปเรียนต่อเมืองนอกและแทบไม่ได้กลับมาที่ประเทศไทยสักเท่าไหร่

“ภาค เย็นนี้ว่างเปล่า มากินเหล้ากัน” เสียงของคนวัยหนุ่มฟังดูคึกคัก

“กลับมาก็ชวนกินเลยนะแก อือว่างวันนี้เมียฉันไปค้างกับเพื่อน” เขาบอก ส่ายหน้าอย่างระอากับความเป็นหนุ่มเจ้าสำราญของอีกฝ่าย

“เค งั้นเจอกันที่ผับFit นะ อีกสักชั่วโมงหนึ่งแล้วกัน” ยังไม่ทันที่เขาจะตอบรับ อัฐก็วางสายไปเสียแล้ว เพิ่งกลับมาแท้ๆ รู้จักที่เที่ยวไวดีจริงๆ



“เอ้าชน” มีเพื่อนอีกสองสามคนที่ถูกเรียกมาดื่มด้วยกัน

เขาดื่มตาม นานๆ ทีชายหนุ่มจะได้ออกมาเที่ยวแบบนี้สักที ส่วนมากเขาจะอยู่แต่ที่บ้าน ใครชวนเป็นต้องบอกปัดตลอด เพราะอยากให้เวลากับภรรยามากกว่า ถ้านานๆ ครั้งก็ยอมออกมาบ้างเหมือนกัน

“ไม่เมาไม่เลิกนะ” เพื่อนที่ชื่อนัทพูด เขาเปลี่ยนไปจากชายหนุ่มที่แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า กลายเป็นคนปล่อยตัว ชายเสื้อลุ่ย ผมกระเซิงไม่ค่อยเป็นทรง ดูทรุดโทรมลงเยอะ ภาคได้ข่าวแว่วๆ ว่ากิจการทางบ้านของเพื่อนคนนี้ไม่ดีสักเท่าไหร่

ส่วนโอเพื่อนอีกคนก็เริ่มลงพุง ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเป็นนักกีฬาหุ่นล่ำบึก หน้าท้องเป็นลอน เขายิ้มให้กับความเปลี่ยนแปลงและดีใจที่ตัวเองยังคงออกกำลังกายด้วยการทำงานบ้านบ้าง ทำสวนเล็กๆ น้อยๆ บ้าง เลยยังคงหุ่นเดิมได้อยู่

“ภาค แกแต่งงานมากี่ปีแล้วนะ” อัฐตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ค่อนข้างดัง

ห้า เขาชูนิ้วมือเป็นการบอกแทนตอบด้วยเสียง อีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้ ก่อนกระดกน้ำสีเหลืองเข้าปาก

“แล้วมีลูกกี่คน” เอกชัยถามต่อ

ชายหนุ่มส่ายหน้า เขากลืนน้ำลาย จากที่สนุกๆ กลายเป็นหมองทันที อารมณ์เมื่อสักครู่เหือดหายไปหมด เขาอยากตอบว่ามีเหลือเกิน



แอลกอฮอล์หมดไปสามขวดภายในเที่ยงคืน ซึ่งเขาจัดการให้เพื่อนๆ อีกสองคนแยกย้ายกันกลับไปบ้าน เพราะว่าดึกมากแล้ว

อัฐชวนเขาไปที่คอนโดหรูย่านดัง บอกว่าไม่ได้เจอกันนานอยากให้อยู่คุยกันก่อน ซึ่งชายหนุ่มไม่ปฏิเสธ ยังไงวันนี้ภรรยาก็ไม่อยู่ให้เขากลับไปหา

เมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่าถูกจัดไว้ค่อนข้างเรียบแต่ดูดี ซึ่งเป็นธรรมดาถ้าดูจากนิสัยเรียบง่ายไม่ค่อยชอบอะไรเยอะหรือวุ่นวายของเพื่อน

“แกมีกล้องส่องดาวด้วยเหรอ” เขาถามเมื่อเห็นกล้องขนาดค่อนข้างยาววางอยู่บนขาตั้งริมกระจกบานใหญ่

“อือ ซื้อมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้ส่องแล้วเดี๋ยวนี้” หนุ่มรักสนุกบอกเรียบๆ พลางรินเหล้ายี่ห้อดังลงแก้วเพื่อดื่มต่อ

นนทพันธ์รู้สึกสนใจ เขาไม่เคยมีโอกาสได้ดูดาวผ่านกล้องเลย บางทีเขาน่าจะซื้อมาสักตัวบ้างจะได้ลองหัดดู

“ยืมดูแปบนะ” ชายหนุ่มบอก เพื่อนไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงอนุญาต

หนุ่มหน้าหล่อแนบตากับกล้อง เขาเห็นตึกอีกฝั่ง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะคอนโดที่เอกชัยอยู่เป็นตึกคู่ แต่สิ่งที่ทำให้เขาแทบช็อกคือห้องๆ หนึ่งในตึกตรงข้าม มีผู้หญิงสองคนกอดกัน หนึ่งในนั้นคือภรรยาของเขาเอง



บทที่เหลือสามารถอ่านได้ในหนังสือค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 ธันวาคม 2013 เวลา 00:35:50 อาพัทธ์ อันธการ »



email+facebook : N.Rattanawadikant@gmail.com
fanpage : www.facebook.com/อาพัทธ์-อันธการ/107884562739822

 
Powered by EzPortal
    ต้นฉบับในเว็บไซต์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้แต่งต้นฉบับที่นำมาลง
    copyright © Yuriread.com All rights reserved.