web stats

ข่าว

+-User

Welcome, Guest.
Please login or register.
 
 
 
Forgot your password?
ปัญหาการสมัครสมาชิก
วิธีเปลี่ยนสถานะเป็นนักเขียน
วิธีลงนิยาย
วิธีใช้งานบอร์ด

+-สถิติการใช้งาน

Members
Total Members: 880
Latest: Levitra5a
New This Month: 0
New This Week: 0
New Today: 0
Stats
Total Posts: 1633
Total Topics: 950
Most Online Today: 3
Most Online Ever: 111
(05 มีนาคม 2017 เวลา 22:56:02 )
Users Online
Members: 0
Guests: 2
Total: 2

ผู้เขียน หัวข้อ: คืนนั้น...ของฉันและเธอ บทที่ 11  (อ่าน 631 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ อาพัทธ์ อันธการ

  • Moderator
  • ขาจร
  • *****
  • กระทู้: 74
คืนนั้น...ของฉันและเธอ บทที่ 11
« เมื่อ: 26 ธันวาคม 2013 เวลา 23:42:26 »
บทที่ 11

"อือ" แมวตัวโตคราง หล่อนรู้สึกได้ถึงการเป็นผู้ควบคุม

ลิ้นนุ่มเพิ่มความหวานเร้าอารมณ์อย่างที่ต้องการ อีกฝ่ายตอบสนองแฝงด้วยความเร่าร้อนลึกๆ เธอรับรู้ได้ ยังกับว่าไม่มีอะไรอีกแล้วนอกจากกันและกัน

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” เสียงแผ่วเบาติดแหบดังขึ้นเมื่อจูบถูกหยุด จิณณพัตรู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กๆ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ คนอะไรใจแข็งเหลือเกิน

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าแค่จูบน่ะ” เสียงนุ่มทวงถาม

“มันผิดเหรอที่จะมากกว่านั้น ทำอย่างที่ต้องการ” หล่อนพูดเสียงขุ่นด้วยอารมณ์

“อือ” คนหน้านิ่งตอบ

“มันต่างกันตรงไหนหญิง ในเมื่อคืนนั้นเราก็ทำกันไปแล้ว” เธอถาม พยายามไม่ชักสีหน้าใส่

“ต่างสิ คนเรานะพิมทำผิดกันได้ แต่เมื่อเรารู้ว่าผิดสิ่งที่ต้องทำคือแก้ไขมัน ไม่ใช่ผิดซ้ำซ้อน หญิงไม่อยากเป็นคนเลว แล้วก็ไม่อยากให้พิมเป็นเช่นกัน” หญิงสาวฟังเงียบๆ รู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก จริงๆ แล้วหล่อนไม่สนใจหรอกว่าจะผิดซ้ำมันถ้ามันทำให้มีความสุข

“พิม ถามใจตัวเองดูนะ ว่าต้องการอะไรมากกว่ากัน ตัวของหญิงหรือใจของหญิง ถ้าตัวหญิงจะทำต่อ แต่เราคงจบกันแค่นี้แล้วกลับไปเป็นเพื่อนกัน ถ้าใจ...เราก็จะคบกันไปเรื่อยๆ มีกันและกัน ได้อยู่ด้วยกันตามโอกาสที่เหมาะสม” นัยน์ตาสีดำสนิทในความมืดจ้อง มันช่างดูแน่วแน่ มั่นคงจนหล่อนสะท้าน

สาวร่างบางถามตัวเองดู เธอพบว่าถ้าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คนตรงหน้าว่า คงเลือกหัวใจมากกว่า ดีกว่าสมหวังเพียงครั้งเดียวแล้วต้องจากกัน หล่อนรู้ว่าตัวเองต้องเจ็บปวดมากกว่าข่มอารมณ์มากมายนัก

“หญิงรู้ว่าพิมต้องเลือกแบบนี้” กิตติญาพูดออกมาทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้ตอบอะไรออกไป ยิ้มในความมืดที่แสงสลัวเล็ดลอดเข้ามาช่างเต็มไปด้วยความเอ็นดู

“ไม่ต้องมายิ้มแบบนั้นเลย เชอะ” หล่อนแกล้งทำเป็นงอน

คนหน้าคมไม่พูดอะไร เพียงแต่รั้งศีรษะเธอเข้าไปแนบอก เสียงหัวใจเต้นค่อนข้างชัดเจน เป็นจังหวะช้าๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกสงบ อารมณ์ไม่พอใจลึกๆ ก่อนหน้านี้จางหายไป เธอรู้สึกพึงพอใจที่จะได้อยู่ในอ้อมกอดของคนๆ นี้



เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น คนร่างบางยังอยากนอนต่อแต่ก็จำใจลุกขึ้นไปปิดเสียง เธอมองเวลาเพิ่งตี 5 คนตัวสูงยังคงนอนนิ่งไม่ตื่น หล่อนเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดเดิม ก่อนจะขึ้นไปบนเตียงเพื่อจูบเบาๆ ที่แก้มนวล

“ขี้เซาเหมือนกันนะเนี่ย ถ้าไม่ติดว่าต้องกลับบ้าน จะลองปล้ำดูสักที” เธอพูดติดตลก

จากนั้นจึงเขียนโน้ตสั้นๆ ติดไว้ที่ประตูห้องนอน ก่อนที่จะเดินออกจากห้องลงไปยังลานจอดรถข้างล่างของคอนโด



“พี่พิม มาแต่เช้าเหมือนเดิมเลยนะคะ” เสียงใสที่คุ้นเคยทักเมื่อหล่อนเดินเข้าไปในออฟฟิตชั้นที่ 17 เหมือนเช่นทุกวัน

“มีงานต้องทำนี่คะ” เธอตอบนิ่งๆ

“กลางวันไปทานข้าวด้วยกันไหมคะ” เด็กสาวถาม สีหน้าคาดหวัง

“ได้สิคะ” จิณณพัตตกลง

“แต่ที่โซนอาหารชั้น 1 นะคะ พี่ไม่อยากไปไกล” หล่อนเสริม เหตุผลจริงๆ คือถ้าต้องไปกับดวงฤทัย เธอจะไม่ยอมไปที่ลับตาคนหรือส่วนตัวเป็นอันขาด

“ค่ะ” เสียงใสอารมณ์ดีทันที

หญิงสาวต้องคอยย้ำกับตัวเองว่าเด็กคนนี้ร้ายกาจกว่าที่เห็น อย่าปล่อยให้รอยยิ้มใสซื่อ หน้าตาผ่องๆ นั้นหลอกได้เด็ดขาด ถ้าพลาดอีกครั้งคราวนี้คงไม่มีใครสามารถช่วยเธอได้แน่



“พี่พิมคะ พี่ภาทำไมไม่เอาเอกสารมาส่งให้เราคะ ทำไมถึงเอาไปให้คุณลุงเลย” เด็กน้อยถามเมื่อเห็นวิภาเดินถือแฟ้มเอกสารผ่านหน้าไป

“ไม่ใช่ข้อมูลทุกอย่างหรอกนะคะที่ต้องผ่านเราน่ะ มีข้อมูลมากมายที่หัวหน้าควรจะรับทราบเพียงคนเดียว แค่ที่พี่กับน้องฝนได้อ่านข้อมูลบริษัทมากขนาดนี้ก็ถือว่าเสี่ยงแล้วรู้ไหมคะ แม้ว่าข้อมูลเกิน 80% จะสามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ก็ตาม” หล่อนบอกให้คนเจ้าเล่ห์ได้รู้ถึงความสำคัญของตำแหน่ง

“ค่ะ” เด็กน้อยพยักหน้ารับรู้

“ทำงานต่อเถอะ” เธอเตือนเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มเหม่อ เหมือนคิดอะไรสักอย่าง



วันนี้นนทพันธ์กลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน งานของเขาเสร็จเรียบร้อยดีทุกอย่าง ชายหนุ่มชอบอยู่ที่บ้านของตัวเองเป็นที่สุด เขารู้สึกอบอุ่นและมีความสุข แต่พักหลังความเงียบและอึดอัดเพิ่มขึ้นทุกที บ้านวังเวงอย่างบอกไม่ถูก

เขาเดินออกมาที่สนามหญ้าเล็กๆ หน้าบ้าน ทุกเช้าและเย็นเขาต้องรดน้ำต้นไม้ วันนี้ก็เช่นเคย เด็กชายหญิงอายุไม่เกิน 10 ขวบลงจากรถเก๋งแล้ววิ่งเข้าบ้าน รอยยิ้มบริสุทธิ์ดูน่ารักสดใสและมีชีวิตชีวา เขาอยากมีลูกสักสองคน มันคงจะดีไม่น้อยที่จะได้มองความสุขของลูกตัวเองมากกว่ามองดูเด็กๆ ของบ้านข้างๆ

บางทีเย็นนี้ถ้าภรรยากลับมา ภาคคิดว่าจะลองคุยดู หล่อนน่าจะอยากมีเจ้าตัวเล็กอยู่เหมือนกัน เขาไม่เคยถามว่าจิณณพัตอยากมีไหม หรือจะมีเมื่อไหร่ ตอนแต่งงานกันเพียงแต่คุยและตกลงเรื่องชีวิตคู่กันเพียงแต่คร่าวๆ เท่านั้น ซึ่งเขาก็ชอบที่ต่างฝ่ายต่างก็ยังมีอิสระในหลายๆ ด้าน และจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับความเป็นส่วนตัวบางอย่างของกันและกัน

ถ้ามีเด็กๆ คงเป็นอย่างคำโบราณท่านว่า ‘โซ่ทองคล้องใจ’ ได้อย่างนั้นก็คงดี เพราะตอนนี้ความเอาใจใส่ที่หล่อนเคยมีมันลดน้อยถดถอยจนน่าใจหาย



ท้องฟ้าเพิ่งมืดได้ไม่นานภรรยาของเขาก็กลับมาบ้าน นนทพันธ์ยิ้มต้อนรับ เขาทำแบบนี้จนชิน ตลอดเวลาที่แต่งงานกัน ถ้าเขาเป็นคนกลับมาบ้านก่อนก็มักจะทำอาหารไว้รอ ทำงานบ้านบางอย่าง แล้วก็เปิดโทรทัศน์รอภรรยากลับมา เมื่อเห็นหน้ารอยยิ้มก็จะปรากฏอัตโนมัติ

“หิวไหมครับ” เขาถามพลางเดินเข้าไปใกล้

“นิดหน่อยค่ะ” เธอตอบเรียบๆ สีหน้าไม่บ่งบอกอะไร ถ้าเป็นก่อนหน้านี้พิมคงยิ้มตอบเขาไปแล้ว

“ทานข้าวก่อนนะ” ภาคเลื่อนเก้าอี้ให้อีกฝ่ายนั่ง

“พิมจ๊ะ เรามีลูกกันดีไหม” ชายหนุ่มถามด้วยเสียงทุ้มอารมณ์ดี

มือที่ตักอาหารชะงัก หล่อนมองหน้าเขาทันที มีแววครุ่นคิดอยู่ในดวงตาสีน้ำตาลสวยนั้น คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย และบ้านทั่งบ้านก็ช่างเงียบกริบเสียจริง

“พิม...เอ่อ ยังไม่อยากมีน่ะค่ะ” หล่อนตอบออกไปในที่สุด

ภาคมีสีหน้าผิดหวังทันที รอยยิ้มของเขาเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มรู้สึกแย่ที่เป็นคนทำให้เขาผิดหวัง

“ผมถามได้ไหมว่าทำไม” เสียงทุ้มปนเศร้าถาม

“พิมไม่รู้จะตอบคุณว่ายังไง พิมแค่รู้สึกเฉยๆ ว่ามันยังไม่ใช่ตอนนี้” หญิงสาวบอกออกไปตรงๆ หล่อนรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ไม่รู้จะหาเหตุผลมาจากไหน

“อายุเราก็เริ่มเยอะแล้วนะครับ ถ้ามีช้ากว่านี้อาจจะเสี่ยง” เขาพูดต่อราวกับจะเกลี้ยกล่อม

“พิมรู้ค่ะ แต่เอาไว้อีกสักสองสามปีนะคะ ตอนนี้พิมไม่พร้อมและยังไม่อยากมีจริงๆ” เธอยืนยันและพยายามต่อรอง

“โอเคครับ ไว้อีกสองสามปีเราค่อยมีกัน” เขากลับมายิ้ม แต่มันช่างดูหมองผิดกับตอนหล่อนเดินเข้ามาในบ้านเสียจริง



ก่อนนอนเธอส่งข้อความไปหาคนตัวสูง ‘คิดถึงกันบ้างไหม พิมอยากไปห้องของหญิง แต่หญิงก็คงพูดเหมือนเดิมว่าไม่ได้ รู้ไหมบางทีพิมก็เกลียดคำปฏิเสธของหญิงเอามากๆ เลย เอาเป็นว่าอย่าลืมฝันถึงกันบ้างนะ รักค่ะ’

หญิงสาววางโทรศัพท์ที่โต๊ะข้างเตียง เธอปิดเครื่องไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ เพราะพอจะรู้ว่าสาวหน้านิ่งจะพิมพ์กลับมาว่าอะไร เก็บไว้อ่านตอนเช้าดีกว่า

จิณณพัตหลับไปทั้งๆ ที่ปากยังยิ้มอย่างมีความสุข เธอนอนตะแคงข้างเว้นช่องว่างระหว่างสามี ซึ่งเขาเองก็ทำเช่นเดียวกัน



หลังจากที่บล็อกเบอร์สาวๆ ทั้งหลาย กิตติญารู้สึกมีความสุข หล่อนไม่ต้องคอยรับสายที่เอาแต่ชวนไปที่นู่นที่นี่ หรือคอยปฏิเสธการตามตื้อ แต่ก็มีบ้างที่เอาเบอร์อื่นโทรมา เธอตัดปัญหาด้วยการพูดไปตรงๆ ไม่ก็เซ็นเช็คให้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อตัดความรำคาญ เพราะบางคนก็ต้องการเช่นนั้น

ส่วนสวรรยาเธอก็มีโทรไปถามสารทุกข์สุขดิบบ้าง ซึ่งก็นานๆ ครั้ง อีกฝ่ายเป็นคนดี เพื่อนคุยที่ดี ต่างฝ่ายต่างไม่ได้เล่าชีวิตของตนเองให้ฟัง เพราะให้ความเป็นส่วนตัวและให้เกียรติกัน กิตติญาไม่อยากเล่า เรื่องของเธอกับจิณณพัตไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นัก ถึงจะไม่ได้ผิดทางกาย แต่ก็ผิดทางใจอยู่ดี บางทีหล่อนก็อยากลองพูดให้แนนฟังดูเหมือนกัน อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะมีความคิดเห็นว่าอย่างไร สาวเสียงยั่วมักมีความคิดดีๆ และมองอะไรหลายๆ อย่างได้ตรงจุดเสมอ



วันนี้เด็กน้อยก็ชวนเธอทานข้าวกลางวันเหมือนเดิม แถมมีชวนไปเที่ยวตอนเย็นด้วย หล่อนปฏิเสธ คิดว่าจะลองชวนคนตัวสูงแทน หล่อนไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่หลายปีแล้ว ที่มีอยู่ก็เริ่มเก่า ชายลุ่ยบ้าง สีซีดบ้าง ใส่แล้วรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก

“ฮัลโหล” เสียงนุ่มรับสาย

“หญิงเย็นนี้ว่างไหม” หล่อนถามกว้างๆ

“อืม ว่างนะ” ปลายสายทำเสียงยาวก่อนบอก

“ไปซื้อเสื้อผ้าเป็นเพื่อนพิมหน่อยนะ” เธอทำเสียงอ้อนเล็กน้อยแต่พองาม

“ได้สิคะ” คำตอบของคนหน้านิ่งทำให้หญิงสาวยิ้มออก



“ตัวนี้เป็นไง” หล่อนหยิบชุดสีขาวโปร่งมาทาบกับตัว

“บางไปหน่อยรึเปล่า” อีกฝ่ายเขม่นมองแล้วส่ายหน้า

“หึงเหรอ” เธอตีหน้านิ่งถาม

“บ้า เป็นห่วงหรอก กลัวโรคจิตจะฉุดไปปล้ำเฉยๆ”

“เชอะ” หล่อนทำปากยื่น

“แล้วตัวนี้ล่ะ” เธอหยิบเสื้อสีชมพูอ่อนอีกตัวมาทาบ

“ก็สวยดีนะ เข้ากับผิวพิมดี ดูหวานๆ” อีกฝ่ายออกความเห็น หล่อนยิ้มเพราะเสื้อตัวนี้เนื้อหากว่าตัวก่อน จึงค่อยได้ความคิดเห็นดีๆ บ้าง

“หญิงนั่งเฉยๆ ทำไม ยืนขึ้นเร็ว เดี๋ยวพิมเลือกให้” เธอเกิดความคิดอยากให้คนตัวสูงเป็นหุ่นลองเสื้อบ้าง ทำมานั่งนิ่งหน้าสวยอยู่ได้

“ไม่เอาล่ะ มีเยอะแล้ว” คนตัวสูงบอกปัด

“เยอะอะไร ที่เห็นในตู้มีนิดเดียว” หล่อนบอกไม่สบอารมณ์ที่โดนขัด

“ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรนี่ ซื้อไปก็ไม่ได้ใส่หรอก” คนสวยให้เหตุผล

หล่อนไม่ตอบ ทำหน้านิ่งมองอีกฝ่ายเงียบๆ ดูสิว่าสงคราม(จิตวิทยา)คราวนี้ใครจะชนะ สุดท้ายก็เป็นเสียงนุ่มที่พูดออกมา

“โอเคๆ ซื้อก็ได้ อย่ามองหญิงอย่างนั้นสิ” กิตติญายอมหล่อน

“ก็แค่เนี้ย ให้รู้ซะบ้างว่าใครใหญ่” เธอยักคิ้วอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

หลังจากนั้นหญิงสาวก็หยิบเสื้อเกือบ 10 ตัว เพื่อให้คนตัวสูงลอง ส่วนมากดูดีและทำให้คนตรงหน้าดูไม่เคร่งขรึมอย่างเคย เสื้อผ้าสีสดใสมีลวดลายเติมชีวิตชีวาให้คนหน้านิ่งอย่างเหมาะเจาะ

“ไม่ดูเด็กไปหน่อยเหรอพิม เสื้อผ้าพวกเนี้ย” คนผมยาวสวยแอบบ่น

“ไม่หรอกน่า หญิงน่ะมัวแต่ใส่อะไรที่เป็นทางการ ดูแก่จะแย่” หล่อนล้อ

“อือ ชอบคนแก่ก็ไม่บอก” หล่อนฟังแล้วเขินจึงตีไปที่แขนขาวๆ นั่นเสียทีหนึ่ง

“ตีเลย เดี๋ยวหญิงเอาคืน”

“กล้าเหรอ” เธอท้า

“โหดๆ อย่างหญิงมีเหรอไม่กล้า” คนหน้าคมยิ้มเจ้าเล่ห์จนหญิงสาวต้องเป็นฝ่ายเลิกเสียเอง กลัวอีกฝ่ายจะเอาจริงแล้วเธอจะแพ้



ดวงฤทัยเดินห้างอย่างเบื่อๆ หล่อนพยายามทำให้พี่พิมกลับมาไว้ใจและให้โอกาส แต่ดูเหมือนคนหน้ารูปหัวใจจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไหร่

เธอมองนู่นมองนี่โดยไม่คิดที่จะเข้าไปซื้ออะไร แต่แล้วสายตาก็พลันสะดุดที่คนสองคน หนึ่งในนั้นคือคนที่เด็กสาวชวนเมื่อกลางวันนั่นเอง กำลังหัวเราะต่อกระซิก หยอกเล่นกับสาวคนหนึ่ง ซึ่งเธอจำได้แม่นยำว่าคือผู้หญิงร่างสูงบางคนนั้นที่เข้ามาอุ้มคนที่หล่อนรักออกไปจากห้องนอน



email+facebook : N.Rattanawadikant@gmail.com
fanpage : www.facebook.com/อาพัทธ์-อันธการ/107884562739822

 
Powered by EzPortal
    ต้นฉบับในเว็บไซต์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้แต่งต้นฉบับที่นำมาลง
    copyright © Yuriread.com All rights reserved.