web stats

ข่าว

+-User

Welcome, Guest.
Please login or register.
 
 
 
Forgot your password?
ปัญหาการสมัครสมาชิก
วิธีเปลี่ยนสถานะเป็นนักเขียน
วิธีลงนิยาย
วิธีใช้งานบอร์ด

+-สถิติการใช้งาน

Members
Total Members: 880
Latest: Levitra5a
New This Month: 0
New This Week: 0
New Today: 0
Stats
Total Posts: 1633
Total Topics: 950
Most Online Today: 19
Most Online Ever: 111
(05 มีนาคม 2017 เวลา 22:56:02 )
Users Online
Members: 0
Guests: 3
Total: 3

ผู้เขียน หัวข้อ: คืนนั้น...ของฉันและเธอ บทที่ 5  (อ่าน 650 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ อาพัทธ์ อันธการ

  • Moderator
  • ขาจร
  • *****
  • กระทู้: 74
คืนนั้น...ของฉันและเธอ บทที่ 5
« เมื่อ: 26 ธันวาคม 2013 เวลา 23:36:39 »
บทที่ 5

คนตัวสูงกลับจากการไปทำธุระข้างนอก เห็นเพื่อนสาวนั่งอยู่ที่โซฟาสีเขียวเข้มที่มีไว้สำหรับนั่งเล่นหรือรับแขกของคอนโด จึงเข้าไปหาเผื่อว่าจะได้ขึ้นไปข้างบนพร้อมกัน

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ หล่อนรู้ทันทีว่าคนตัวเล็กร้องไห้อีกแล้ว เพราะไหล่สั่นและมีเสียงสะอื้นเบาๆ ให้ได้ยินนั่นเอง

"กวาง" เธอเรียกด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ กี่ครั้งแล้วที่ต้องมานั่งปลอบใจคนตรงหน้าให้หายเศร้า บางทีถ้าหล่อนไม่เป็นที่พึ่งพิงให้แบบนี้ เจ้าตัวอาจจะมีหนทางเข้มแข็งขึ้นได้ตัวเองก็เป็นได้

"ฮือ หญิง" ผมสีน้ำตาลที่เคยเรียบตรง ตอนนี้กลับดูยุ่งเหยิง กางเกงยีนส์สีดำมีรอยเปียกเป็นดวงๆ

หล่อนปล่อยให้อีกฝ่ายซบอกเหมือนเคย มีความเบื่อหน่ายเล็กๆ เกิดขึ้น บางทีอาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องใจดำกับเพื่อนคนนี้เสียบ้าง ไม่อย่างนั้นทั้งชีวิตเธอก็ต้องคอยเป็นที่พักน้ำตาให้อีกฝ่ายอยู่เรื่อยไป ซึ่งหญิงสาวรู้ตัวเองดีว่าทำได้ไม่ตลอด

"หยุดร้องไห้เถอะ" กิตติญาไม่ได้ขอร้อง น้ำเสียงนุ่มฟังดูเฉียบขาดเหมือนสั่งเสียมากกว่า

"ทำไม" เสียงใสถามเสียงสะอื้นมีแววประหลาดใจ

ขณะกำลังจะเอ่ยปากบอกไป สายตาของเธอเหลือบไปเห็นคนหน้ารูปหัวใจยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล เหมือนกับช็อกในสิ่งที่เห็น ยังไม่ทันที่หล่อนจะเรียกร่างบางก็สะบัดหน้าแล้ววิ่งออกไปทันที

"กวางขึ้นห้องไปก่อน เดี๋ยวหญิงมา" หญิงสาวพูดเร็วๆ

เธอวิ่งตามคนเข้าไปผิดไป อีกฝ่ายเกือบถึงรถแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะยังไขกุญแจเข้ารถไม่ได้ หล่อนคว้าข้อมือบาง ดึงออกมาให้พูดจากันก่อน

"ปล่อยพิมนะ" เสียงหวานเต็มไปด้วยความไม่พอใจ หน้าตาบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด

"ฟังก่อนสิ" กิตติญาพยายามพูดอย่างใจเย็น

"ไม่ ก็เห็นกันอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร" จมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย

"บางทีสิ่งที่เห็นก็ไม่ใช่ความจริงที่เป็นเสมอไปนะพิม" ถ้ายังเป็นเด็กเล็กอยู่ เธอคงบีบจมูกนั้นให้หายหมั่นไส้สักที

"อย่ามาแก้ตัวเลย พิมไม่อยากฟัง" น้ำผุดขึ้นมาคลอในดวงตาคู่สวย

"ไม่ได้แก้ตัว แค่อยากจะพูดความจริงให้ได้รู้" หล่อนส่งสายตาบอกหมายความอย่างที่พูดจริงๆ

"พอเถอะ พิมจะกลับบ้านแล้ว" อีกฝ่ายเบือนหน้าหนี ไม่ยอมรับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น

"ไม่ให้กลับ ถ้าไม่ฟัง หญิงจะปล้ำพิมตรงนี้แหละ" เธอพูดขู่ไปอย่างนั้นเอง อยากให้คนตรงหน้าหยุดรับฟังความจริงบ้างสักนิดก็ยังดี

"ฟังหญิงนะ" หล่อนเชยคางเมื่อเห็นคนร่างบางเงียบ

"ผู้หญิงคนนั้นชื่อกวาง เป็นเพื่อนสมัยม.ปลายของหญิงเอง เขาเพิ่งโดนแฟนทิ้ง และหญิงก็แค่กอดปลอบไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย" กิตติญาพูดช้าๆ ชัดๆ มองลึกเข้าไปในตาของคนที่รัก

"พิมก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย" เสียงหวานพูดอย่างไม่ยอมรับ หญิงสาวถึงกับส่ายหน้าในความดื้อรั้นลึกๆ

"เอาของฝากมาให้เหรอ หึ" เธอยื่นหน้าเข้าไปชิดหน้ารูปหัวใจ รู้สึกอยากแกล้งขึ้นมา

"อือ ข้าวแช่น่ะ เจ้าโปรดของพิมเลยนะ" หน้าใสถอยหนีเล็กน้อย พยายามยกถุงขึ้นมาที่หน้าเพื่อเป็นสิ่งกั้นไม่ให้หล่อนเข้าใกล้

"จริงๆ ไม่ต้องก็ได้ แค่พิมซื้อโบว์มาผูกที่คอก็พอแล้ว" หญิงว่ายิ้มๆ มือดึงถุงจากนิ้วเรียวของอีกฝ่าย บอกให้รู้เป็นนัยว่าความพยายามนั้นไม่ได้ผล

"บ้า คนนะไม่ใช่ของขวัญ" หน้าใสเริ่มแดงด้วยความเขินอาย

"ได้ของฝากแล้ว พิมกลับบ้านแล้วนะ" อีกฝ่ายพยายามจะดันเธอออก

"ไม่ให้กลับจนกว่า..." หล่อนทำตาวิบวับใส่

"อะไร" คนผมสลวยแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ

"หอมแก้มทีสิ หญิงวิ่งตามมาเหนื่อยมากกก" คนตัวสูงแกล้งลากเสียงยาว จริงๆ แล้วอยากจูบปากรูปกระจับนั้นมากกว่า แต่รู้ว่าไม่ควรจึงขอเพียงเท่านั้น

"เรื่องอะไร เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" เสียงหวานเอ่ยอย่างไว้ตัว

หล่อนรู้ว่าอีกฝ่ายพูดโดยไม่ได้คิดอะไร เพียงแค่เขินอายที่จะใกล้ชิดสัมผัสเนื้อหนังของเธอเท่านั้นเอง แต่คนฟังกลับรู้สึกเจ็บ เพราะรู้ว่านั่นคือความจริง เธอกับพิมไม่ได้เป็นอะไรกันเลย แฟนก็ไม่ใช่ เพื่อนก็ไม่เชิง เป็นได้แค่ชู้ชั่วคราวเท่านั้นเอง

"หญิง" เสียงหวานเจือความเป็นห่วง

"อือ ฟ้าจะมืดแล้ว พิมกลับบ้านเถอะ" กิตติญาบอกเสียงเรียบ พยายามไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกไปอีก

"เป็นอะไร" คนตรงหน้าไม่สนใจที่หล่อนพูด

"เปล่า"

"บอกพิมสิ ไม่งั้นพิมไม่ไปไหนหรอก อยู่ตรงเนี้ยแหละ" คิ้วเรียวได้รูปขมวดอย่างสงสัยและมุ่งมั่นที่จะหาคำตอบ

"หญิงขอโทษนะ หญิงลืมไปว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน" หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าอย่างปิดไม่มิด ดูเหมือนเธอจะเสียการควบคุมตนเองไปตั้งแต่วันที่สารภาพรักแล้ว

"พิมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" คนหน้าใสอธิบาย

"หญิงรู้ แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ...ใช่ไหม" ดวงตาน้ำตาลอ่อนมีแววเจ็บปวด เธอเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความปวดร้าวของตัวเองเหมือนกัน

"อือ ใช่ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่พิมก็ยัง... ช่างเถอะ พิมก็ลืมตัวเหมือนกัน" หล่อนรู้ว่าอีกฝ่ายหึง และตัวเธอเองก็ยอมให้หึงเสียด้วย

"บางที...เราควรกลับไปทบทวนความรู้สึกของตัวเองดูนะ แล้วคิดว่าเราจะเอายังไงกันต่อไป หญิงยอมรับว่าสับสนไปหมดและทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าทำได้แค่ไหน ควรรู้สึกอย่างไร" คนตัวสูงบอกออกไปตรงๆ

"อืม ก็ดี พิมกับหญิงอาจจะรู้ในสิ่งที่ไม่รู้ก็ได้" มีนัยยะบางอย่างแอบอยู่ในประโยคนี้ กิตติญาไม่ถามว่าคืออะไร เพราะหล่อนอาจค้นพบมันได้ด้วยตัวเอง

"กลับบ้านดีๆ นะ ขับรถระวังล่ะ" หญิงสาวบอกด้วยความเป็นห่วง หลังจากต่างฝ่ายต่างเงียบ

"อือ" เสียงหวานรับคำเบาๆ

คนหน้านิ่งมองไฟท้ายสีแดงลับหายไปที่หัวโค้งมุมถนน ก่อนเงยหน้ามองฟ้าสีดำทะมึนที่แผ่ขยายปกคลุมเมือง พระจันทร์เป็นเสี้ยวหงายคล้ายรอยยิ้มคล้ายกำลังปลอบใจคนที่ไม่เห็นหนทางข้างหน้าของตัวเอง



"กลับช้าจัง" นนทพันธ์พูดขณะที่เธอเดินเข้าบ้าน

"ก็อยู่คุยอะไรนิดหน่อยน่ะ" หล่อนตอบไม่เต็มปากเต็มคำ

"อืม ไปอาบน้ำเถอะกลับมาเหนื่อยๆ อาบน้ำเสร็จแล้วค่อยมาทานข้าว ผมเตรียมไว้ให้แล้ว" ภาคบอกพร้อมยิ้มอบอุ่น

"ค่ะ" หญิงสาวฝืนยิ้มตอบ มองสามีที่อยู่ในชุดสบายๆ เสื้อยืดเก่าสีขาว กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ผมชี้ไม่เป็นทรง



เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วจิณณพัตมานั่งที่โซฟาข้างๆ เขา กลิ่นสบู่หอมกระทบจมูกให้ความรู้สึกสะอาดและสดชื่น เป็นกลิ่นผู้ชายแท้ๆ หล่อนคิดว่าแปลกดีทั้งๆ ที่ใช้สบู่ก้อนเดียวกัน แต่กลับให้กลิ่นที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

"พิมเงียบเลย เป็นอะไรรึเปล่า" ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นเธอนิ่งเงียบไป มีแววห่วงใยปรากฎขึ้นในดวงตาคมเข้มคู่นั้น

"คุณรักพิมที่ตรงไหนคะ" หล่อนถามออกไปดื้อๆ ไม่มีสาเหตุ

เขายันตัวด้วยแขนแข็งแรงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ คางเหลี่ยมที่มีรอยเคราจางๆ หันข้างมามองด้วยความแปลกใจ เป็นครั้งแรกที่คนหน้าหวานถาม ตอนคบกันเป็นแฟนหรือแม้แต่ก่อนแต่งงานเธอไม่เคยถามแบบนี้เลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เขาขอหล่อน หล่อนก็รับ

"พิมมาแปลกนะครับวันนี้" เขาเอ่ยเสียงทุ้มลึก แต่แฝงความอารมณ์ดีไว้ ปากหนายิ้มเล็กน้อย

"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมมองหน้าคุณแล้วผมก็ละสายตาไม่ได้เลย หัวใจผมเต้นแรง แรงมากจนไม่น่าเชื่อ ผมรู้ว่ามันคือความรัก และมันก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม" จิณณพัตฟังแล้วก็รู้สึกดีใจ มันน่าปลื้มไม่ใช่เหรอที่มีคนบอกว่ารัก

"แล้วคุณล่ะ" ภาคถามกลับ

หล่อนนิ่งไป ถามตัวเองว่ารักเขาที่ตรงไหน จริงๆ ก็ไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ รู้แต่ว่าอยู่กับเขาแล้วสบายใจ รู้สึกได้ถึงความจริงใจและความรักอย่างที่คนหนุ่มคนอื่นไม่มีให้

"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ" เธอต่อท้ายในใจว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ผ่านมาจะเรียกว่ารักได้ไหม และถ้าเป็นความรักตอนนี้ยังรักอยู่หรือเปล่า

"สั้นจริง ไม่บอกผมมากกว่านี้หน่อยเหรอ" มือใหญ่เกาะกุมมือของเธอ

"เรื่องแบบนี้ผู้หญิงเขาไม่พูดกันหรอกค่ะ" พิมอ้าง เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรไปได้มากกว่านี้ หล่อนไม่ได้มีอาการเหมือนเขาสักอย่าง แรกเจอก็เพียงแต่คิดว่าเขาหน้าตาดี แลดูสะอาดแค่นั้นเอง

"ครับๆ" ใบหน้าหล่อเหลาขยิบตาทะเล้นเล็กน้อย

"อืม ผมว่าเราน่าจะหาเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดกันนะ ไม่ได้ไปนานแล้ว และก็เผื่อจะมีเจ้าตัวน้อยให้คุณพ่อคุณแม่ได้อุ้ม ดีไหมครับ" นัยน์ตาหวานๆ ส่งมาที่เธอ บ่งบอกความนัย

"ค่ะ แต่คงต้องอีกสักพัก ช่วงนี้งานเยอะมากๆ" หล่อนตอบรับไป แต่ความรู้สึกข้างในไม่ได้อยากทำเหมือนที่เขาเสนอเลยสักอย่างเดียว



กิตติญาเปิดประตูห้องเข้าไป ในห้องมืดมีแสงสลัวจากไฟข้างนอกส่องเข้ามาลางๆ เนื่องจากผ้าม่านถูกเปิดไว้ หล่อนกดสวิตซ์ไฟ

คนตัวเล็กนั่งนิ่งบนโซฟา เธอมองดูสักพักก็เห็นว่าแปลกไปไม่ได้สะอื้นหรือร้องห่มร้องไห้เหมือนเช่นเคย

คนตัวสูงจึงเดินเข้าไปเงียบๆ รินน้ำเย็นๆ ให้ตัวเองและเพื่อนสาว ก่อนที่จะนั่งลงบนโซฟาสีดำนุ่มเพื่อที่จะได้พูดคุยกับอีกฝ่ายให้รู้เรื่อง

"กวาง" หล่อนจิบน้ำไปเกือบครึ่งแก้วแล้วจึงเอ่ย

"หือ" อีกฝ่ายตอบ เงยหน้ามองเล็กน้อย

"ไม่ร้องไห้แล้วเหรอ" เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ตาสีน้ำตาลเกือบดำมองคนตรงหน้าเพื่อดูปฏิกิริยา

"ก็หญิงบอกไม่ให้ร้อง" คนตัวผอมตอบง่ายๆ

หญิงสาวรู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมา เพราะบอกก็เลยทำตามง่ายๆ อย่างนี้เนี่ยนะ ถ้ารู้เสียแต่แรกคงบอกไปตั้งนานแล้ว เธอส่ายหน้าอ่อนใจกับความซื่อตรงและว่าง่าย

"ที่หญิงบอกให้เลิกร้อง เพราะกวางร้องไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว" คนหน้านิ่งบอกพร้อมถอนหายใจ กัลยานั่งฟังนิ่ง

"กวางน่ะต้องหัดเข้มแข็งด้วยตัวเองรู้ไหม หญิงเป็นที่พึ่งให้กวางไม่ได้ตลอดหรอก โลกน่ะไม่ได้โหดร้าย แต่คนในโลกต่างหาก และในเมื่อกวางต้องอยู่กับคนแบบนั้นตลอดเวลา ถ้ากวางยังยอมให้คนอื่นแกล้ง ให้คนอื่นรังแก ให้คนอื่นเอารัดเอาเปรียบแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปแบบนี้ กวางอยู่ไม่ได้หรอก สักวันกวางจะต้องยอมแพ้ แล้วก็จากไป" หล่อนร่ายยาวจนรู้สึกคอแห้งจึงยกแก้วใสขึ้นมาจิบน้ำอีกครั้ง คนผมน้ำตาลตั้งอกตั้งใจฟังเหมือนเด็กน้อยฟังครูสอนสั่ง

"หญิงไม่อยากให้กวางเป็นอย่างนั้น หญิงเบื่อ และกวางเองก็คงจะเบื่อเหมือนกัน ใช่ไหม" กัลยาขมวดคิ้ว ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย

"อือ ง่ายๆ กวางก็เลิกร้องไห้ แล้วก็ต้องลุกขึ้นสู้สักที โอเคไหม" หล่อนถามคนตรงหน้า

"ก็...น่าจะได้นะ" อีกฝ่ายดูลังเล ไม่มั่นใจในตนเอง

"ลองดูก่อน มีอะไรก็บอกหญิงได้ แต่ต้องพยายามก่อนนะ" เธอใช้น้ำเสียงนุ่ม แต่มีความหนักแน่นปนอยู่ เพื่อให้เพื่อนเกิดความมั่นใจและเชื่อใจ

"อืม" รอยยิ้มน่ารักใสซื่อของคนตัวเล็กทำให้หล่อนโล่งใจ



ดวงฤทัยกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาไม้บุนวมนุ่มสุดหรู เด็กสาวคิดถึงคนหน้ารูปหัวใจ จะทำอย่างไรดีให้อีกฝ่ายเป็นของตัวเอง ถ้ามีแค่แฟนแล้วก็พอว่า นี่แต่งงานแล้วถึงจะเลิกได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยในการจะทำให้เป็นแบบนั้น

วันเกิดเธอในอีก 5 วันข้างหน้าเนี่ยแหละคือโอกาส แต่หล่อนจะใช้โอกาสนี้ทำอะไรได้บ้างเล่า จัดงานที่บ้านคนก็คงเยอะเหมือนเคย หล่อนต้องแวะโต๊ะนั้น ทักทายโต๊ะนี้ ทั้งเพื่อนเธอและเพื่อนนักธุรกิจของคุณพ่อ

อืม...พี่พิมจะคออ่อนไหมนะ มอมเหล้าจะเมารึเปล่า เกิดคอแข็งขึ้นมาล่ะ โอ้ย จะไปถามก็เดี๋ยวเจ้าตัวสงสัยอีก เอาไงดีเรา นี่ถ้าจัดที่โรงแรมจะหลอกเข้าห้องให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวคิดให้เสียเวลา สาวหน้าใสขมวดคิ้วเรียวอย่างคิดไม่ตก

แล้วถ้ามอมยาแทนล่ะ แอบใส่ยาแล้วขอชวนดื่มน่าจะดี แต่ต้องไม่แรงเดี๋ยวรู้ตัวง่าย ตอนมีอะไรกันก็ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ไม่ต้องโป๊มากแต่เอาให้รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แค่นี้ก็ง่ายแล้ว จะขู่จะบังคับให้หย่าหรือทำอย่างอื่นก็ได้ ดวงตาที่เคยใสเต็มไปด้วยแววเจ้าเล่ห์ หล่อนไม่สนใจวิธีการอยู่แล้ว ถ้าเพียงได้มาตามต้องการก็พอ ที่ทำทุกอย่างก็เพราะรัก ยังไงก็ไม่ได้คิดจะทิ้งจะขว้างเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านมา




email+facebook : N.Rattanawadikant@gmail.com
fanpage : www.facebook.com/อาพัทธ์-อันธการ/107884562739822

 
Powered by EzPortal
    ต้นฉบับในเว็บไซต์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้แต่งต้นฉบับที่นำมาลง
    copyright © Yuriread.com All rights reserved.