web stats

ข่าว

+-User

Welcome, Guest.
Please login or register.
 
 
 
Forgot your password?
ปัญหาการสมัครสมาชิก
วิธีเปลี่ยนสถานะเป็นนักเขียน
วิธีลงนิยาย
วิธีใช้งานบอร์ด

+-สถิติการใช้งาน

Members
Total Members: 880
Latest: Levitra5a
New This Month: 0
New This Week: 0
New Today: 0
Stats
Total Posts: 1553
Total Topics: 886
Most Online Today: 10
Most Online Ever: 186
(14 มีนาคม 2020 เวลา 14:00:42 )
Users Online
Members: 0
Guests: 7
Total: 7

ผู้เขียน หัวข้อ: Lucky Loser Chapter 3  (อ่าน 1229 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ nuffy

  • Moderator
  • ขาจร
  • *****
  • กระทู้: 93
Lucky Loser Chapter 3
« เมื่อ: 23 มกราคม 2014 เวลา 08:54:52 »
Chapter 3

หลังจากวันที่ปูนขับรถไปส่งยายนิที่สำนักพิมพ์ชื่อดังเธอก็ไม่ได้พบกับพิมพรรณอีกเลยเนื่องจากในช่วง 2 – 3 วันมานี้สาวตาคมไม่ได้เป็นคนพาหญิงชรามาทำกายภาพบำบัด คนที่พายายนิมานั้นกลายเป็นป้าอิน คุณป้าร่างอวบที่อยู่ข้างบ้านของหญิงชรานั่นเอง

“สวัสดีค่ะคุณยาย สวัสดีค่ะคุณป้า” นักกายภาพสาวยกมือไหว้บุคคลทั้งสองหน้าห้องทำกายภาพบำบัด

“วันนี้ต้องรบกวนหนูปูนเหมือนเดิมละนะ” ยายนิพูดขึ้นมาอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของปูนอยู่แล้ว” สาวหมวยพูดพลางเปิดประตูให้บุรุษพยาบาลนำผู้อาวุโสทั้งสองเข้าไปยังห้องด้านใน

ขณะที่ปูนเขียนข้อความลงบนบัตรเพื่อนำไปแขวนหน้าห้อง เธอก็เห็นชื่อของบรรณาธิการสาว ‘พิมพรรณ วิเชียรบุตร’ ที่อยู่ในช่องของญาติผู้ป่วยแล้วก็ถอนหายใจ เธอนึกถึงเหตุการณ์ของคืนนั้น คืนที่สาวตาคมมารับผู้เป็นยายช้าจนทำให้เธอต้องขับรถไปหาและพบกับช็อตเด็ดจนทำให้หญิงชราโกรธ เธอไม่กล้าถามอะไรกับยายนิเพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของคนไข้

“ขอให้ดวงดีขึ้นมาบ้างก็แล้วกันนะคะ” สาวหมวยพูดแล้วใช้ปากกาเคาะไปที่ชื่อของญาติคนไข้ ก่อนที่จะนำบัตรไปแขวนแล้วเดินเข้าห้อง

“ขอฟังวิทยุหน่อยได้มั้ยจ้ะ” คุณป้าร่างอวบพูดขึ้นมาเบาๆ ให้พอได้ยิน ขณะที่ปูนกำลังประคบร้อนให้กับคนไข้ที่อยู่บนเตียง

“อ้ะ... ค่ะ” ด้วยสมาธิที่จดจ่ออยู่กับการทำงานจึงทำให้นักกายภาพสาวตอบรับแบบงงๆ

เมื่อได้รับคำตอบป้าอินก็หยิบวิทยุพกพาเครื่องเล็กออกมาจากกระเป๋าผ้าของตัวเอง เปิดเครื่องแล้วหมุนหาคลื่นจนกระทั่งพบกับช่องที่ต้องการ ปูนขำออกมาทันทีเมื่อได้ยินเสียง…

“ต่อไปเป็นการออกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว งวดประจำวันที่XXX ประธานกรรมการออกรางวัลจะเสี่ยงหยิบลูกยางหมายเลขประจำหลักว่าจะใช้อุปกรณ์ออกรางวัลหลักใดในแต่ละครั้ง...”

“ขอแป๊บนึงนะจ้ะ ป้ากำลังลุ้น” คุณป้าร่างอวบหยิบสมุดเล่มเล็กกับปากกาขึ้นมาเตรียมจด

“โห... ถ้าถูกขึ้นมาปูนขอแบ่งบ้างจะได้มั้ยคะเนี่ย ถือว่าเป็นค่าสถานที่ลุ้น” สาวหมวยตอบกลับไปแบบขำๆ เล่นเอาสองผู้เฒ่าหัวเราะ

“เล่นเป็นมั้ยละลูก” ยายนิที่นอนอยู่บนเตียงถาม

นักกายภาพสาวส่ายหน้า “ไม่เป็นหรอกค่ะ ขนาดซื้อล็อตเตอร์รี่ก็ยังไม่ค่อยซื้อเลยมีแต่คนมาขอให้หยิบให้อย่างเดียว”

“แสดงว่าโชคดี หยิบแม่นนะเนี่ยคนเค้าถึงมาขอให้เลือกให้”

“มั้งคะ”

“พี่นิ หนูปูน เงียบหน่อยๆ รางวัลจะออกแล้ว” ป้าอินกระซิบบอก สาวหมวยกับคนไข้ได้แต่มองหน้ากันแบบยิ้มๆ

“รางวัลเลขท้าย 2 ตัว งวดประจำวันที่XXX เลขที่ออก...” เสียงวิทยุดังขึ้นมาพร้อมกับอาการลุ้นของคุณป้าร่างอวบ

“79” ปูนพูดออกมาเบาๆ ก่อนที่เสียงวิทยุจะประกาศรางวัล

“79... 79... รางวัลเลขเลขท้าย 2 ตัว งวดประจำวันที่XXX เลขที่ออก 79” หลังจากนั้น 3 วินาที วิทยุก็ประกาศผลรางวัลออกมา และเสียงนั้นทำให้สองผู้เฒ่าหันมามองหน้านักกายภาพสาวแบบอึ้งๆ

“น... หนูปูนรู้ได้ยังไง!” ป้าอินถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

“คะ...”

“หนูรู้ได้ยังไงว่าหวยจะออก 79” คุณป้าร่างอวบถาม

“ม... ไม่รู้หรอกค่ะ”

“แล้วเมื่อกี้ที่พูดออกมาล่ะ” คุณป้าคนเดิมถามต่อ

“เดาเอาอ่ะค่ะว่าน่าจะออกเลขนี้”

“เหรอ... เดาเก่งนะเนี่ย... ถ้างั้นลองเดาให้ป้าอีกทีสิว่ารางวัลที่ 1 ออกอะไร”

“เอางั้นเลยเหรอคะ”

“จ้า... ไหนลองบอกมาหน่อยซิ สองตัวท้ายนะ”

“เอ่อ... คือ...” นักกายภาพสาวหันไปหายายนิแบบหารือ

“เดาดูก็ได้นะลูก เล่นๆ สนุกๆ” หญิงชราพูดพลางขำกับท่าทางของเพื่อนบ้านและสาวหมวย

“งั้นก็... 18 ก็แล้วกันค่ะ”

“18 เหรอ... เอามาจากไหนละลูก” ป้าอินถาม

“ไม่รู้อ่ะค่ะ เดาเอา”

“...รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่XXX เลขที่ออก 222518... 222518”

สองผู้เฒ่าหันมามองหน้านักกายภาพสาวด้วยความอึ้ง ปูนเองก็ตกใจเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะเดาเลขได้แม่นขนาดนี้

“ฟ... ฟลุ๊คมั้งคะ แต่ก็... Lucky” สาวหมวยพูดขึ้นมาทำลายความเงียบพลางยิ้มแฮะๆ

คุณป้าร่างอวบปิดวิทยุพกพาแล้วจ้องมาที่นักกายภาพสาวด้วยใบหน้าที่บ่งบอกว่าเธอกำลังเจอเจ้าแม่ใบ้หวยจำแลง ณ โรงพยาบาลแห่งนี้เสียแล้ว

“วันหน้าวันหลังก่อนหวยออกป้าคงต้องมาหาหนูปูนที่นี่ซะละมั้ง” ป้าอินพูด

“เอ่อ... ไม่ดีมั้งคะ”

“น่านะ ถือว่าช่วยคนเฒ่าคนแก่สักหน่อยเถอะ จะได้เอาไปเป็นค่าขนมให้หลานป้า”

“อุ้ย... แต่ทำแบบนั้นถ้าถูกจับได้ขึ้นมา ปูนอาจจะถูกไล่ออกได้นะคะ ไม่ดีหรอกค่ะ”

“ว้า... น่าเสียดาย” คุณป้าร่างอวบบ่นกระปอดกระแปดแล้วก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเพื่อรอเพื่อนบ้านทำกายภาพบำบัดต่อไป

อีก 20 นาทีต่อมาการรักษาของยายนิในวันนี้ก็เสร็จเรียบร้อย หญิงชราและเพื่อนบ้านก็ลากลับโดยใช้รถแท็กซี่เป็นพาหนะ ส่วนสาวหมวยเองก็ลงมือเก็บของแบบไม่รีบร้อนจนกระทั่งเธอเดินออกมานอกห้องก็พบกับบรรณาธิการสาวที่เดินจ้ำเข้ามาที่แผนกกายภาพบำบัดอย่างรวดเร็ว

“เอ่อ... คือ... ยายละคะ” สาวตาคมพูดตะกุกตะกัก เธอรู้สึกทำหน้าไม่ถูกเมื่อพบกับปูนอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น

นักกายภาพสาวเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำถามจากหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า “กลับไปแล้วค่ะ”

“หะ... กลับไปแล้วเหรอคะ”

“ค่ะ... สักพักนึงได้แล้ว... มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“คือกะว่าจะมารับน่ะค่ะ คิดว่าจะมาทัน” พิมพรรณพูดเสียงอ่อยๆ แล้วก็ทรุดตัวนั่งลงที่ม้านั่งอย่างเหนื่อยอ่อน “อุตส่าห์แอบดูที่ใบนัดว่าทำกายภาพฯ เสร็จกี่โมงจะได้มารับทัน แต่ไม่ทันจนได้ ซวยจริงๆ”

“คุณพูดแบบนี้ดูเหมือนว่าคุณยายยังไม่หายโกรธใช่มั้ยละคะ” สาวหมวยลองหยั่งเชิงถาม

“อย่าว่าแต่หายโกรธเลยค่ะ พูดสักคำก็ยังไม่ยอมจะเปิดปาก ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ” ว่าแล้วก็เอามือปิดหน้า เสียงถอนหายใจดังมาจากสาวตาคม

‘ท่าทางจะเครียดหนักนะเนี่ย’ นักกายภาพสาวคิดในใจ ‘น่าสงสารแฮะ’

“ทานกาแฟด้วยกันมั้ยคะ เผื่อจะหายปวดหัว” ปูนเอ่ยปากชวน

พิพรรณมองไปที่สาวหมวยแบบงงๆ แต่ก็พยักหน้า “ค่ะ”

นักกายภาพสาวเดินนำสาวตาคมไปที่ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลใกล้ประตูทางออก กลิ่นกาแฟที่หอมเตะจมูกทำให้บรรณาธิการสาวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้บ้าง เมื่อทั้งสองเดินตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ เจ้าของร้านก็ทักปูนขึ้นมาว่า

“ลาเต้เหมือนเดิมใช่หรือเปล่าจ้ะน้องปูน”

“ค่ะ... วันนี้มีโปรโมชั่นอะไรหรือเปล่าคะ”

“ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งจ้ะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องจับได้คำว่าฟรีนะ” เจ้าของร้านพยักพเยิดไปที่กล่องพลาสติกใสข้างๆ ที่วางหลอด เขียนว่าโปรโมชั่นพิเศษ

“น่าสนๆ หยิบได้เลยป่ะคะ” สาวหมวยถาม ซึ่งได้รับคำตอบว่าได้กลับมาจากเจ้าของร้าน

ว่าแล้วนักกายภาพสาวก็ล้วงมือไปหยิบกระดาษสีน้ำตาลแผ่นเล็กแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากกล่อง เมื่อเธอเปิดออกดูก็เจอคำว่า “ฟรี” ที่พิมพ์ด้วยหมึกสีแดงอยู่ในนั้น

“Lucky… อันนี้แสดงว่าได้ฟรีอีกแก้วนึงใช่มั้ยคะ” ปูนพูดพลางโชว์ให้กับเจ้าของร้าน

“ใช่แล้วล่ะจ้ะ แหม... โชคดีตลอดเลยนะ แม่หมวยนำโชค”

พิมพรรณที่ยืมอยู่ข้างๆ นักกายภาพสาวก็ยิ้มขึ้นมาทันที ‘หมวยนำโชค’ ช่างเป็นฉายาที่สมกับตัวเสียนี่กระไร ‘โชคดีตลอดเลยนะคุณ’ บรรณาธิการสาวคิด

สาวหมวยหันมาหาสาวตาคมแล้วถามว่า “คุณพิมจะทานอะไรคะ พอดีได้น้ำฟรี 1 แก้ว”

“เอ่อ... ขอเป็น... โกโก้เย็นก็แล้วกันค่ะ... ขอบคุณนะคะ” พิมพรรณพูดอย่างเกรงใจ

เมื่อทั้งสองรับเครื่องดื่มมาแล้วก็นั่งลงที่โต๊ะด้านหน้าเคาน์เตอร์ บรรณาธิการสาวก็ยังคงรู้สึกกังวลกับท่าทีของผู้เป็นยายอยู่จนปูนรู้สึกได้ เธอจึงถามขึ้นมาสั้นๆ ว่า

“คุณพิม... คุยกับคุณยายหรือยังละคะ”

“คะ... เฮ้อ... ก็อย่างที่บอกละคะ ยายไม่ยอมคุยด้วยเลย”

“ทำไมละคะ”

“ก็อย่างที่คุณปูนทราบล่ะคะ เรื่องวันนั้น... ยายคงยังไม่หายโกรธก็เลยไม่ยอมคุยด้วย เจอหน้ากันทีไรก็เฉยๆ อีกอย่างกลับบ้านไปยายก็นอนแล้วทุกที”

ปูนขมวดคิ้ว “ขอถามอะไรตรงๆ อย่างนึงนะคะ”

“ค่ะ”

“ที่บอกว่าคุณยายไม่ยอมคุยด้วยเนี่ยปูนพอเข้าใจ แต่ที่ว่าคุณพิมกลับไปบ้านแล้วคุณยายนอนแล้วทุกที อันนี้มันฟังดูแปลกๆ มันอาจจะเกิดจากว่าคุณพิมไม่มีเวลาให้คุณยายหรือเปล่าคะ”

บรรณาธิการสาวฟังแล้วถึงกับสะอึก เธอมานั่งคิดทบทวนถึงกิจวัตรประจำวันของเธอที่ตื่นแต่เช้าออกไปทำงานกว่าจะกลับก็ค่ำมืดแถมช่วงนี้ภัทรกลับมากรุงเทพฯ แค่ 2 – 3 วันก็ต้องไปต่างจังหวัดต่อก็เลยขอใช้เวลาอยู่กับแฟนหนุ่มสักหน่อยจนกระทั่งพูดได้ว่าเธอมีเวลาอยู่บ้านแค่ไม่กี่ชั่วโมงเสียด้วยซ้ำ เมื่อบวกกับคำพูดของนักกายภาพสาว ผลก็ปรากฎว่า ใช่... เธอไม่มีเวลาให้ยายของเธอเลย

สาวหมวยเดาคำตอบได้จากใบหน้าของฝ่ายตรงข้าม เธอพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ปูนว่าจริงๆ คุณยายก็อยากฟังแค่คำขอโทษ คำอธิบายจากคุณและแฟนของคุณเท่านั้นเองล่ะค่ะ แต่ที่ทำให้สถานการณ์เป็นแบบนี้อาจเป็นเพราะความน้อยใจ”

“เหรอคะ”

“ค่ะ... คนแก่ที่อยู่บ้านคนเดียวมักจะเหงาแหละค่ะ ยิ่งร่างกายขยับไม่ได้อย่างที่ใจคิดก็จะยิ่งทำให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกได้หลายอย่าง คุณยายอาจแค่ต้องการเพื่อนคุยแก้เหงาแต่พอเห็นคุณไม่มีเวลาให้ก็เลยยิ่งทำให้น้อยใจมากขึ้นไปอีก ตอนนี้บอกได้เลยนะคะในฐานะของนักกายภาพบำบัด อาการที่ขาของคุณยายยังทรงตัวอยู่แต่ไม่ดีขึ้นเลยทั้งๆ ที่มันน่าจะดีกว่านี้”

พิมพรรณไม่ตอบ ได้แต่คิดหาวิธีแก้ไขอยู่ในหัวของตัวเอง

“จริงๆ แล้วมันแก้ไขได้ง่ายๆ แหละค่ะ หาเวลาให้คุณยายบ้าง พาไปกินข้าวนอกบ้าน พาไปเที่ยว พาไปเปิดหูเปิดตา ขยับร่างกายเล็กๆ น้อยๆ ก็จะทำให้ทั้งร่างกายและจิตใจของคุณยายดีขึ้นและอาจจะหายเร็วขึ้น”

“แต่ว่าพิมยังไม่ว่างเลยนี่คะ”

“เรื่องงานเหรอคะ” สาวหมวยถามเสียงเรียบ

“ค่ะ”

“ขอถามอะไรอีกอย่าง... ปีๆ นึงคุณพิมใช้วันลาครบหรือเปล่า”

“ฮ่ะ... อะไรนะคะ”

“คุณเคยใช้วันลาหรือเปล่า”

“ก็... ไม่ค่อยใช้อ่ะค่ะ”

“อย่าหาว่าสอนเลยนะคะ เพราะยังไงๆ คุณก็อายุมากกว่า... แต่ใช้วันลาเพื่อตัวเองกับเพื่อคนที่คุณรักบ้างเถอะค่ะ อย่างน้อยๆ ก็ใช้กับคุณยายบ้างเพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้มันดีขึ้น”

“แต่ว่างานมัน...”

“บางทีคนเราก็ต้องเลือกบ้างแหละค่ะ ว่าจะทำเพื่อครอบครัวหรือทำเพื่อตัวเอง บางอย่างคนเราทำอะไร 2 – 3 อย่างไม่ได้หรอกค่ะ ต้องปล่อยวางบ้าง ไม่งั้นทุกอย่างจะเสียหมด”

พิมพรรณนั่งนิ่งพลางคิดตามสิ่งที่สาวหมวยพูด คู่สนทนาของเธอพูดถูก.. ถ้าทำอะไรเยอะเกินไปในคราวเดียวคงจะไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องงานก็ว่าไปอย่างเธอไม่กังวล แต่คราวนี้เป็นยายของเธอ คนที่เธอรัก การพักทุกอย่างเอาไว้เพื่อปรับความเข้าใจกับยายเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นอย่างแรก

“ค่ะ... พิมจะลองดู... ขอบคุณนะคะ” บรรณาธิการสาวพูดแล้วส่งยิ้มให้

“ค่ะ” ปูนยิ้มกว้างตอบ

สองสาวนั่งดื่มเครื่องดื่มไปเงียบๆ อยู่พักใหญ่ สาวตาคมรู้สึกสบายใจมากขึ้นทั้งๆ ที่นักกายภาพสาวไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกหลังจากนั้น เธอรู้สึกประทับใจที่สาวหมวยไม่ได้พูดหรือถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเธอและยายอีก อาจจะเป็นเพราะปูนรู้ตัวว่าเธอเป็นคนนอกที่เข้ามารับรู้เรื่องราวของเธอเพียงแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น

“คุณปูนคะ ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ”

“ค่ะ” นักกายภาพสาวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียก เธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกประตูเพื่อมองหาใครบางคนอีกแล้ว

“กับเรื่องที่เกิดขึ้น คุณปูนว่า... พิมทำผิดมากหรือเปล่าคะ”

สาวหมวยขวมดคิ้ว แล้วตอบว่า “อันนี้จริงถ้าให้ปูนมอง คุณพิมไม่ผิดหรอกค่ะ เพียงแต่เวลามันประจวบเหมาะกับสถานการณ์มันทำให้มันเป็นแบบนั้นมากกว่า”

“เหรอคะ... แต่ว่ามันทำให้พิมรู้สึกผิดมากๆๆๆ”

“ที่ทำให้รู้สึกผิด อาจเป็นเพราะคุณพิมทำงานเกินเวลาจนทำให้ไม่ได้มารับคุณยายตรงเวลา ไม่ได้รับโทรศัพท์เท่านั้นเอง แล้วก็ไม่คิดว่าปูนจะขับรถมาส่งคุณยายถึงที่ทำงานซึ่งมันก็ดันพอดีกับที่แฟนคุณมาหา... คุณพิมผิดแค่นั้นจริงๆ ส่วนที่เหลือก็คงจะเป็นสถานการณ์เป็นใจมากกว่า”

“ค่ะ... เฮ้อออ ทำไมซวยแบบนี้น้า”

“ปูนว่ามันคงไม่เกี่ยวกับความซวย หรือความโชคร้ายหรอกค่ะ บอกแล้วไงคะว่ามันเป็นเพราะเวลากับสถานการณ์”

“ก็เข้าใจอยู่น่ะค่ะ แต่ก็อดคิดไม่ได้ทุกที มีแต่คนพูดแบบนี้ตลอด”

นักกายภาพสาวมองหน้าของอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ แค่เรื่องผิดใจกับคุณยายถึงกับทำให้คิดไปถึงเรื่องโชคลางได้อย่างไรหนอ ไหนยายนิบอกว่าสาวตาคมไม่ค่อยเชื่ออะไรเรื่องนี้เลยไม่ใช่เหรอ...

“เรื่องแบบนี้คงไม่ขอออกความเห็นนะคะ แต่ทางทีดีคุณพิมกับแฟนก็หาเวลาพาคุณยายไปเที่ยว ซื้อของ ไปเดินดูของ ไปกินข้าว คุย แล้วก็ขอโทษคุณยาย ปูนคิดว่าคุณยายก็กลับเป็นเหมือนเดิมละค่ะ เพราะจากที่สังเกตคุณยายก็ดูซึมๆ เครียดๆ เหมือนกัน คงจะเป็นห่วงคุณพิมน่ะค่ะ”

บรรณาธิการสาวนั่งนิ่งหลังจากนั้นก็ยิ้มให้ “ขอบคุณนะคะ แล้วพิมจะลองดู”

สาวหมวยก้มมองนาฬิกาข้อมือ “ใกล้จะได้เวลานัดของคนไข้แล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ แล้วก็ขอให้ปรับความเข้าใจกับคุณยายได้นะคะ”

“ขอบคุณค่ะ” สาวตาคมยิ้มรับ “แล้วก็ขอบคุณนะคะสำหรับน้ำ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไปก่อนนะคะ” นักกายภาพสาวพูดแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนที่เธอจะเดินจากไป เธอยกมือไหว้พิมพรรณอีกครั้ง

“เอ่อ... คุณปูนคะ” บรรณาธิการสาวร้องบอกก่อนที่สาวหมวยจะเดินออกไป

“คะ”

“ทีหลังไม่ต้องยกมือไหว้นะคะ คิดว่าพิมเป็นเพื่อนคุณก็แล้วกันนะคะ”

ปูนชะงักกับคำพูดของอีกฝ่ายแต่ก็รับคำ “ค่ะ... ไปนะคะ”

พิมพรรณเดินออกมาจากโรงพยาบาลด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้น ไม่คิดว่าการนั่งคุยกับนักกายภาพสาวจะทำให้รู้สึกสบายใจขนาดนี้ทั้งๆ ที่ทั้งสองไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก

‘หมวยนำโชคเหรอ’ สาวตาคมคิดในใจ ‘เหมาะกับตัวดีนี่นา ขอให้โชคของคุณให้พิมบ้างก็แล้วกันนะคะ’ บรรณาธิการสาวยิ้มให้กับตัวเองก่อนสตาร์ทรถ

‘เพื่อนเหรอ... เอาอย่างงั้นก็ได้’ สาวหมวยคิดขณะที่เดินกลับไปยังแผนก

. . .
พิมพรรณกลับไปยังที่ทำงานอีกครั้ง ระหว่างที่กำลังเดินเข้าห้องทำงานของตัวเองอยู่นั้น ต้น กะเทยนักเขียนก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นกระดาษโน้ตใบเล็กๆ ให้ โดยที่ระบุว่าเป็นที่อยู่ของหมอดูชื่อดังที่กะเทยนักเขียนและผองเพื่อนชอบไปขอให้ทำนายทายทักโชคชะตาให้ บรรณาธิการสาวรับมาอย่างเสียไม่ได้ เธอพับกระดาษโน้ตแล้วใส่ลงในไปกระเป๋ากางเกง หลังจากนั้นก็เข้าไปนั่งทำงานต่อจนถึงเวลาเย็น

เมื่อสาวตาคมเดินออกมาจากห้องทำงานอีกทีก็เห็นบรรดาลูกน้องกลับบ้านไปเกือบหมดแล้ว ที่ยังเหลืออยู่ก็คือ ต้น และ เจน สองนักเขียนที่กำลังจะเก็บของกลับบ้าน

“บก. อย่าลืมไปดูนะคะ ถ้าไปละก็ให้โทรนัดก่อนด้วย สวัสดีค่ะ” ต้นหันมาบอกเธอก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป

พิมพรรณยิ้มให้กับลูกน้อง เธอยืนพิงโต๊ะตัวยาวที่ฝ่ายศิลป์ใช้ตรวจเช็ครูปก่อนปรับแก้ไขอย่างครุ่นคิด การดูดวงไม่ได้อยู่ในความคิดของเธอ ณ เวลานี้คือจะทำอย่างไรให้ยายกลับมาคุยกับเธอได้เหมือนเดิมต่างหาก

‘ใช้วันลาเพื่อตัวเองกับเพื่อคนที่คุณรักบ้างเถอะค่ะ’ เสียงของสาวหมวยดังขึ้นในความคิด

‘จริงๆ คุณยายก็อยากฟังแค่คำขอโทษ คำอธิบายจากคุณและแฟนของคุณเท่านั้นเองล่ะค่ะ’

“นั่นสินะ ยายอาจจะอยากคุยกับเราอยู่ก็ได้” บรรณาธิการสาวพูดกับตัวเองเบาๆ หลังจากนั้นเธอก็เดินตรงไปที่ห้องทำงานของเธอ เก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน

ระหว่างที่สาวตาคมกำลังขับรถกลับบ้านนั้น ภัทรก็โทรมาพอดีเพื่อที่จะนัดเธอออกไปกินข้าวด้วย แต่เธอปฏิเสธเพราะตอนนี้เธอห่วงยายนิมากกว่า รวมทั้งเสนอว่าให้แฟนหนุ่มนั้นมารับเธอกับยายไปกินข้าวด้วยกันเผื่อจะทำให้คุณยายผู้เป็นที่รักนั้นหายโกรธ หนุ่มผิวขาวทำเสียงอิดออดนิดหน่อยแต่ก็ยอม เขาบอกว่าจะไปรอรับเธอที่บ้าน

ขณะพิมพรรณจอดรถรอสัญญาณไฟอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีรถโฟร์วีลพุ่งเข้ามาชนรถของเธอที่จอดอยู่เป็นคันแรกอย่างไม่ทันตั้งตัว ด้วยแรงปะทะทำให้หัวของเธอกระแทกกับพวงมาลัยรถจนทำให้หัวแตก เลือดไหลออกมาเป็นทาง ชายวัยกลางคนที่เป็นคนขับรถรีบวิ่งลงมาเพื่อเข้ามาดูอาการของรถคันสวยทันทีพร้อมๆ กับบรรณาธิการสาวที่ค่อยๆ เปิดประตูรถแล้วเดินลงมาแบบมึนๆ

“คุณๆ เป็นอะไรหรือเปล่า” ชายคนนั้นถามด้วยความตกใจที่เห็นเลือด

“ก็... โอเคค่ะ”

“บ้าชิบ คนยิ่งรีบๆ อยู่ด้วย จะเอายังไงกันดี” เขาบ่น

“...โทรเรียกประกันเลยดีกว่าค่ะ” สาวตาคมยังมีสติพอที่จะจัดการเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันให้เรียบร้อย

‘เฮ้อ... ซวยอีกแล้ว’

ตำรวจและเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยมาไวเท่าใจคิด ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเรียบร้อบเรื่องค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถ รวมทั้งยอมความไม่เอาเรื่องกันกับเหตุการณ์นี้ แต่อย่างไรก็ตามฮอนด้า ซิตี้คันเก่งของพิมพรรณก็ต้องเข้าอู่ซ่อมโดยทันที รวมถึงเธอที่ต้องไปทำแผลที่โรงพยาบาลซึ่งกว่าเธอจะนั่งแท็กซี่กลับมาถึงบ้านได้ก็เป็นเวลาเกือบจะ 5 ทุ่มแล้ว

ภัทรรีบวิ่งมาหาแฟนสาวเมื่อเธอเดินลงมาจากรถแท็กซี่ ที่บริเวณหางคิ้วซ้ายของเธอมีผ้าก๊อซปิดอยู่

“เป็นอะไรทำไมไม่บอกผม ผมจะรีบไปหา”

“ไม่เป็นไรค่ะ พิมไม่อยากให้ยายอยู่บ้านคนเดียว แล้วนี่ทานอะไรกันหรือยังคะ”

“เรียบร้อยแล้ว ห่วงตัวเองก่อนเถอะแล้วค่อยห่วงคนอื่น เข้าบ้านกันดีกว่า”

เมื่อหญิงชราเห็นสภาพของหลานสาวก็ลนลานโขยกขเยกเข้ามาหาทั้งๆ ที่ขาไม่ดี ทำให้น้ำตาร้อนๆ ไหลลงมาอาบแก้มสาวตาคม พิมพรรณโผเข้ากอดยายทันที

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าลูก” ยายนิถามพลางลูบผมหลานสาว

บรรณาธิการสาวซบหน้าลงบนอกของผู้เป็นยาย “ยาย... ยายจ๋า”

“ไม่เป็นไรนะลูก ถือว่าฟาดเคราะห์ไปนะ ไหนๆ ให้ยายดูซิว่าเป็นอะไรหรือเปล่า” ว่าแล้วหญิงชราก็ใช้สองมือประคองใบหน้าของหลานสาวขึ้นมาดูให้ชัดๆ

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ หัวที่แตกก็ไม่ได้เป็นอะไรมากเอ็กซ์เรย์แล้วไม่เป็นอะไร หมอบอกว่าอีก 2 – 3 วันก็หายค่ะ”

“ผมว่าพิมลาพักดีกว่านะ จนกว่าแผลจะหาย” ชายหนุ่มพูด

“ค่ะ พิมก็กะว่าจะลาพักเหมือนกันจะได้อยู่กับยาย ขอบคุณนะคะภัทรที่ช่วยดูแลยาย”

“ครับ”

ถึงแม้ว่าตัวเองจะรอดพ้นโดยที่ไม่ได้เป็นอะไรมากมายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่บรรณาธิการสาวก็นอนคิดถึงคำพูดของบรรดาลูกน้องที่ชอบพูดเกี่ยวกับความโชคร้ายของเธอที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง สาเหตุที่สาวตาคมต้องมานอนคิดแบบนี้เป็นเพราะว่าหลังจากลาพักเพราะอุบัติเหตุไม่กี่วัน รถของเธอที่ส่งไปซ่อมนั้นแทนที่จะซ่อมแค่ส่วนที่เสียหาย กลับกลายเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่และส่วนประกอบอื่นๆ อีกมากมายที่เธอแทบจะไม่อยากเชื่อเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนที่ดูแลเอาใจใส่รถของเธอมาตลอด จนเรียกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็ขับเข้าศูนย์บริการจนเจ้าหน้าที่ทุกคนจำหน้าเธอได้หมดแล้ว นี่มันเป็นคราวเคราะห์ของเธอหรือเปล่า...

“หรือว่าเราจะลองดูดวงกับเค้าอีกสักที เผื่อว่าจะมีวิธีแก้ไข” พิมพรรณพูดกับตัวเองพลางนึกถึงการดูดวงครั้งล่าสุดของเธอเมื่อ ประมาณ 5 ปีที่แล้วกับตู้กดไพ่ยิปซี

“เอาก็เอา... ลองดูก็ได้” บรรณาธิการสาวตัดสินใจ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อโทรไปนัดหมอดูที่กะเทยนักเขียนแนะนำมา

. . .

“อาซ้อ น้ำตาลทราย 2 ‘โล” เสียงลูกค้าดังขึ้นที่หน้าร้านขายของชำที่ตั้งอยู่หัวมุมซอย 12 ติดกับถนนหลักของหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการ

“รอเดี๋ยวนะ” สาวใหญ่วัยกลางคนรูปร่างท้วม ผิวขาว เดินไปหยิบน้ำตาลทราย 2 ถุงใส่ถุงหิ้วแล้วเดินไปให้ลูกค้าหน้าบ้าน

   “ปูน เดี๋ยวเอาของไปส่งที่บ้านลุงเข้มให้ม๊าหน่อย” เมื่อรับเงินมาก็ส่งเสียงไปบอกลูกสาวที่กำลังเดินหิ้วขวดน้ำพลาสติกแพ็กใหญ่ลงมาจากชั้นบน

“มีอะไรบ้างอ่ะม๊า” สาวหมวยถามแล้วก็ลงมือจัดของตามที่แม่ของเธอสั่ง

ร้านขายของชำร้านนี้เป็นทั้งร้านและบ้านของซ้อเง็ก แม่ของนักกายภาพสาวที่ลงทุนทำขึ้นมาหลังจากที่เฮียฮงสามีของเธอนั้นปิดกิจการบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เคยทำมาเกือบ 20 ปี สาวใหญ่ร่างท้วมชอบการขายของแบบนี้มากกว่าที่จะนั่งคิดบัญชีขายอิฐ หิน ปูน ไม้ อย่างที่สามีเคยยึดเป็นอาชีพมาก่อน ขายของชำถึงกำไรจะน้อยแต่ก็ถือว่าพออยู่ พอกิน อีกอย่างลูกๆ ก็เรียนจบทำงานกันหมดแล้วก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย

ปูนเป็นลูกสาวคนที่สามของบ้านที่ถือว่าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักแทนลูกชายคนโตที่ออกไปอยู่คอนโด กับลูกๆ อีก 2 คนที่ไม่ค่อยจะลงมาช่วยงานเท่าไหร่นัก ซ้อเง็กออกจะภูมิใจกับลูกสาวคนนี้ไม่น้อย ถึงกับออกปากว่าถ้านักกายภาพสาวไม่เจอคนที่ดีพอ เธอก็จะไม่ยอมให้ลูกสาวคนนี้แต่งงานโดยเด็ดขาด

“คุยอะไรกันอยู่อ่ะม๊า” สาวหมวยถามเมื่อเห็นแม่ของตัวเองกำลังคุยกับลูกค้าสาวคนหนึ่งอย่างออกรส

“น้องปูนรู้หรือเปล่าว่าบ้านที่เค้าดูหมออ่ะมีเรื่องอีกแล้วล่ะ” ลูกค้าบอก

“บ้านหมอดูที่พวกกะเทยเค้าชอบมาดูดวงกันน่ะเหรอคะ” นักกายภาพสาวพลางนึกถึงบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ในซอย 21 เป็นบ้านหลังใหญ่ที่มีกลิ่นธูปลอยมาอยู่ตลอดเวลา ทุกคนในหมู่บ้านรู้กันหมดว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของหมอดูแนวคนทรงที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงโดยเฉพาะในหมู่สาวประเภทสองเพราะจะเห็นได้ว่ามีกลุ่มคนเหล่านี้เข้าๆ ออกๆ บ้านหลังนี้เป็นส่วนใหญ่

“ใช่ๆ”

“มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ”

“เค้าบอกว่ามีตุ๊ดคนนึงพาเพื่อนที่เป็นผู้หญิงแท้ๆ มาดูหมอ แล้วผู้หญิงคนนั้นน่ะโดนหมอดูลวนลามล่ะ”

“เหรอคะ... หรือว่าเค้าอยากจะพิสูจน์ดูว่าเป็นผู้หญิงจริงๆ แล้วก็มีของจริงๆ หรือเปล่าใช่ป่ะคะ” ปูนพูดติดตลก

“อุ้ย ไม่ขำนะน้องปูน เพราะมันเกิดมาแล้วหลายคนน่ะสิ รายล่าสุดนี่ก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ไม่รู้โดนอะไรไปบ้างล่ะ เห็นวิ่งออกมาจากบ้านก็ร้องไห้ใหญ่เลย”

“หว๋าย... แล้วทำไมพวกเค้าถึงไม่แจ้งตำรวจอ่ะคะ”

“ก็โดนขู่ว่าเดี๋ยวจะปล่อยของให้เข้าตัวน่ะสิ เล่นขู่กันแบบนี้ใครๆ ก็กลัว ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่”

“แต่ว่าถ้าปล่อยให้มันบานปลายแบบนี้มันจะยิ่งแย่ไม่ใช่เหรอคะ”

“ก็ใช่น่ะสิ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงดีก็ในเมื่อคนที่โดนก็ไม่กล้าแจ้งตำรวจ ถึงเค้าแจ้งความตำรวจก็คงจะทำอะไรไม่ได้นั่นแหละเพราะไม่มีหลักฐาน แถมตัวเจ้าทุกข์ก็ขวัญเสียซะขนาดนั้นก็เลยไม่มีใครอยากจะแจ้ง”
“ว้า... แย่ชะมัดเลย แบบนี้พวกนั้นก็ยิ่งได้ใจนะสิคะ”

ซ้อเง็กพูดตัดบท “เอาเป็นว่าอย่าเข้าใกล้บ้านนั้นก็แล้วกัน เอาของไปส่งได้แล้ว ระวังตัวด้วย รีบไปรีบกลับล่ะ”

“ค่า”

สาวหมวยเอาของใส่ตะกร้าหน้ารถมอเตอร์ไซด์แล้วสตาร์ทเครื่อง เธอต้องเอาของไปส่งให้ที่บ้านของลูกค้าในซอย 23 อันเป็นซอยที่อยู่ถัดจากซอยที่เป็นเรื่องเล่าของหมอดูหัวงูที่เพิ่งได้ยินมา

ขณะที่ขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านซอย 21 อยู่นั้น สาวหมวยก็อดที่จะหันไปมองบ้านของหมอดูที่อยู่ข้างในซอยไม่ได้ แต่เมื่อมองเห็นใครบางคนที่เพิ่งเดินลงมาจากรถแท็กซี่และกำลังก้าวขาเข้าไปในบ้านหลังนั้นเธอก็แทบจะเหยียบเบรกจนรถหน้าทิ่มในทันที

“เอ้ย... นั่นมันคุณพิมนี่หว่า!”




 

Powered by EzPortal
    ต้นฉบับในเว็บไซต์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้แต่งต้นฉบับที่นำมาลง
    copyright © Yuriread.com All rights reserved.