web stats

ข่าว

+-User

Welcome, Guest.
Please login or register.
 
 
 
Forgot your password?
ปัญหาการสมัครสมาชิก
วิธีเปลี่ยนสถานะเป็นนักเขียน
วิธีลงนิยาย
วิธีใช้งานบอร์ด

+-สถิติการใช้งาน

Members
Total Members: 880
Latest: Levitra5a
New This Month: 0
New This Week: 0
New Today: 0
Stats
Total Posts: 1553
Total Topics: 886
Most Online Today: 27
Most Online Ever: 186
(14 มีนาคม 2020 เวลา 14:00:42 )
Users Online
Members: 0
Guests: 13
Total: 13

ผู้เขียน หัวข้อ: Hidden Agenda Chapter 7  (อ่าน 1525 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ nuffy

  • Moderator
  • ขาจร
  • *****
  • กระทู้: 93
Hidden Agenda Chapter 7
« เมื่อ: 25 มกราคม 2014 เวลา 08:35:10 »
Chapter 7

I’m at a payphone tying to call home
All of my chance I spent on you
Where have the time gone
Baby it’s all wrong, where are the plans we made for two?

ฉันอยู่ที่ตู้โทรศัพท์พยายามจะโทรกลับบ้าน
ทุกเศษเหรียญก็ใช้โทรหาเธอไปหมดแล้ว
แต่เวลาฉันหายไปไหนล่ะ
ที่รัก ทุกอย่างมันรวนไปหมด ไหนล่ะไอ้แผนต่างๆ ที่เราสองคนวางเอาไว้

เสียงเพลง Payphone ของวง Maroon5 ดังขึ้นภายในรถคันหรูของวีนัสที่กำลังขับรถออกจากกองถ่ายทำภาพยนตร์ที่ดำเนินการถ่ายทำไปได้เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว วันนี้เธอได้รับคำชมจากทั้งผู้กำกับไปหลายกระบุง ดาราหน้าหวานยิ้มให้กับตัวเองพลางฮัมเพลงไปเรื่อยๆ 

“If happy ever after did exist. I would still be holding you like this. All those fairytales are full of shit. One more stupid love song I’ll be sick (หากความสุขชั่วนิรันดร์มีอยู่จริง ฉันคงจะได้โอบกอดคุณเอาไว้อย่างนี้ แต่เทพนิยายเหล่านั้นมีแต่เรื่องไร้สาระสิ้นดี มันก็เลยเป็นเพลงโง่ๆ ที่ทำให้ฉันเซ็งอีกเพลง)”

ดาราสาวร้องตามเพลงที่เปิดอยู่ เพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงโปรดที่เธอเปิดฟังเป็นหลายร้อยรอบหลังจากการทะเลาะอย่างบ่อยครั้งจากคนรักที่อยู่ห่างไกล แรกๆ ฟังแล้วก็ยังอินกับเพลงอยู่เพราะเธอก็ทำตัวเหมือนกับในเพลงที่ยังเพียรพยายามจะปรองดองและทำให้ความสัมพันธ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม และร้องไห้อย่างหนักหลังจากที่ถูกบอกเลิก แต่ฟังไปฟังมาเธอกลับชอบความหมายของเนื้อเพลงในท่อนนี้ที่สุด หลังจากได้คุยกับกี้ สาวเซอร์มาดกวนที่บอกกับเธอว่าหากเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้าย มีเพียงแค่คำๆ เดียวที่จะทำให้เธอคนนั้นผ่านพ้นไปได้นั่นคือคำว่า ‘ช่างแม่ง’

“คุณกี้จะอยู่ที่บ้านหรือเปล่านะ” วีนัสพึมพำกับตัวเองขึ้นมาเบาๆ พลางมองดูนาฬิกาข้อมือ วันนี้เป็นวันเสาร์ที่น่าจะเป็นวันหยุดของสาวเซอร์ และเธอรู้มาว่าสถาบันพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชนจะยังไม่มีการจัดประชุมและออกทริปที่ไหนเพราะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารของสถาบันฯ ซึ่งก็หมายความว่ากี้น่าจะอยู่ที่บ้านของเธอ...

ดาราหน้าหวานขับรถตรงไปที่บ้านของสาวเซอร์อย่างรวดเร็ว เธอตั้งใจว่าจะไปทวงของฝากที่เธอฝากให้อีกฝ่ายซื้อ แต่เมื่อไปถึงหน้าร้านกานดา ซัก อบ รีด เธอก็เห็นอีกฝ่ายกำลังขนถุงจานโฟมและช้อนพลาสติกมากองรวมกันกับของบางอย่างที่มีอยู่แล้วตรงบริเวณหน้าบ้าน

“อ้าว... ไปไงมาไงละคุณ” กี้ถามเมื่อเห็นวีนัสเดินลงมาจากรถ

“มาทวงของฝาก” ดาราหน้าหวานตอบหลังจากที่ทักทายน้ากานเรียบร้อยแล้ว

“เออใช่... แป๊บนึงนะ” ว่าแล้วเจ้าของบ้านก็เดินหายขึ้นบันไดไป

ช่วงระหว่างที่รอสาวเซอร์อยู่นั้นวีนัสก็พิจารณาของที่อีกฝ่ายวางกองเอาไว้ที่ตรงหน้าของเธอ ไข่ไก่ 2 แผง จานโฟม ช้อนและถ้วยพลาสติก ของเหล่านี้เหมือนกับว่ากี้กำลังจะเอาไปจัดงานอะไรบางอย่าง

“มาแล้วววว” เจ้าของบ้านส่งเสียงบอกคนทวงของฝาก

“What heck! (นั่นอะไรน่ะ!)” ดาราหน้าหวานอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายหิ้วตะกร้าสานขนาดกลางที่มีฝาปิดมาวางไว้ตรงหน้าของเธอ

“อันนี้มันอะไรอ่ะคุณ” วีนัสถาม

“ก็ของฝากไง” กี้ตอบพลางเปิดฝาตะกร้า มันเป็นตะกร้าที่ไว้สำหรับใส่เสื้อผ้า ข้างในบุด้วยผ้าฝ้ายอย่างดี และภายในตะกร้าใบนั้นก็ยังมีสิ่งของอีกหลายต่อหลายอย่าง

“เยอะขนาดนี้เลยเหรอ ฉันจำได้ว่าฉันไม่ได้ให้คุณซื้อเยอะขนาดนี้นี่นา” ดาราสาวตอบด้วยน้ำเสียงอึ้งๆ

สาวเซอร์ไม่ตอบ เธอก้มลงไปหยิบของในตะกร้าแต่ละชิ้นออกมาให้อีกฝ่ายดู

“อันนี้น้ำเสาวรส ส่วนนี่ก็โคมเทียนหอม อันนี้เป็นชุดแก้วกาแฟ แล้วก็... หมอนใบเล็ก โอเคหมดแล้ว”

วีนัสทำหน้างง “ของฉัน... หมดเลยเหรอ”

“อื้อ” กี้ตอบแล้วก็ปิดฝาตะกร้า “ฉันไม่รู้ว่าคุณชอบอะไร ก็เลยเลือกๆ มา ของกินก็ไม่กล้าซื้อให้เพราะกลัวมันจะเสีย ฉันไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันเมื่อไหร่เลยไม่กล้าเสี่ยง ยกเว้นก็แต่ไอ้น้ำเสาวรสนั่นแหละที่อร่อยจริงๆ เลยลองเอามา”

“คุณโทรหาฉันก็ได้นี่นา ส่งข้อความมาก็ได้” ดาราสาวพูดพลางมองไปที่ตะกร้าของฝากแล้วอมยิ้ม เธอรู้สึกขำกับคำตอบของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก

“ก็เห็นว่าคุณยุ่งอยู่ก็เลยไม่กล้ากวน ฉันเองกลับมาก็มัวแต่วุ่นๆ เรื่องทำรายงานให้กับคณะกรรมการก็เลยลืมดูเวลาไปเลย”

“อ่าฮะ... โอเค... ขอบคุณนะ แล้ว... ทั้งหมดนี่เท่าไหร่เหรอ”

“ไม่คิดตังค์”

“ไม่ได้นะ... คุณเป็นคนบอกฉันเองนี่ว่าฉันฝากซื้อ ฉันต้องจ่ายไม่ใช่เหรอ”

สาวเซอร์ยกถาดไข่ไก่ขึ้นไปวางบนโต๊ะ “ก็ใช่... แต่ว่าคุณไม่ได้บอกฉันนี่ว่าคุณอยากได้อะไร เห็นอะไรฉันก็เลยหยิบๆๆ มา ในเมื่อของพวกนี้ฉันเลือกมาให้คุณ... คุณอาจจะชอบหรืออาจจะไม่ชอบก็ได้ พอเป็นแบบนี้ฉันก็เลยไม่กล้าคิดเงินคุณ”

“บอกมาเถอะน่าว่าเท่าไหร่... ฉันไม่อยากให้รับของใครมาฟรีๆ หรอกนะ” วีนัสพูด

“ไม่อ่ะ ไม่บอก” กี้ส่ายหน้า

“คุณนี่ลีลาจริง ถ้าไม่บอกฉันก็ไม่เอาหรอกนะของพวกนี้”

“ไม่ได้ ฉันซื้อมาให้คุณ... คุณก็ต้องเอาไปสิ”

“แต่ฉันไม่ได้เป็นคนจ่ายเงินนี่นา ไม่เอาน่า... ทำแบบนี้ฉันรู้สึกไม่ดีนะ” ดาราสาวขมวดคิ้ว เธอเริ่มหงุดหงิดกับความกวนของอีกฝ่ายขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน

สาวเซอร์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินกลับขึ้นไปบนบ้านอีกครั้ง วีนัสพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ เพื่อคลายอาการหงุดหงิด แต่แล้วเธอก็หัวเราะเมื่อได้ยินเสียงร้องของเจ้าของบ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นลงมา

“ไม่นะ ม่ายยยยยย บู้บี้ของแม่” กี้วิ่งลงมาพร้อมกับกีต้าร์ตัวหนึ่ง มันเป็นกีต้าร์โปร่งสีน้ำตาลกระดำกระด่าง มีรอยแตกบนตัวบอดี้ แถมคอยังหักห้อยต่องแต่ง

น้ากานที่ได้ยินเสียงหลานสาวก็เดินออกมาดูจากหลังบ้านแล้วพูดว่า “อื้อหือ ซ่อมไม่ได้แล้วล่ะกี้ คอหักซะขนาดนี้ น้าว่าทิ้งไปเถอะ ไอ้บู้บี้ของแกน่ะ”

“ไม่อยากทิ้งอ่ะ กีต้าร์คู่ทุกข์คู่ยากของหนูเลยนะ” สาวเซอร์ตอบพลางมองไปที่เครื่องดนตรีด้วยสายตาละห้อย

“สภาพขนาดนี้แล้ว ซื้อใหม่ดีกว่าซ่อมน่า... เอ้อ นี่ยังไม่ไปอีกเหรอ เดี๋ยวหนูสองก็รอนานหรอก” น้าสาววัยกลางคนพูด

“เออช่าย” กี้พูดเหมือนนึกขึ้นได้ เธอนำกีต้าร์ไปวางไปที่มุมหนึ่งข้างเครื่องซักผ้าแล้วถอนหายใจออกมา หลังจากนั้นก็เดินกลับไปที่หน้าบ้านเหมือนเดิม “ซวยชิบ” เธอพำพึมออกมา

ดาราหน้าหวานมองอีกฝ่ายพลางแอบขำ สาวเซอร์ในตอนนี้ดูเหมือนเด็กที่ทำของเล่นตัวเองพัง ‘ดูสิ ตาละห้อยเชียว ท่าทางจะรักมาก น่าสงสาร’

เมื่อกี้หันมามองที่วีนัสเธอก็ทำหน้างง “คุณยังไม่กลับอีกเหรอ”

“ฉันรอจ่ายเงินให้คุณอยู่ไง บอกมาซะทีสิว่าเท่าไหร่”

“ไม่ต้องหรอกน่า...”

“บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิ ถ้าคุณไม่ให้ฉันจ่าย งั้นคุณจะให้ฉันทำอะไรล่ะ” ดาราสาวพูด

สาวเซอร์ยืนนึกอยู่นิดหนึ่งแล้วพูดว่า “งั้นก็คุณช่วยไปส่งฉันทีสิ แล้วก็... ถ้าคุณว่างก็อยู่ช่วยงานฉันสักแป๊บนึง ถือว่าเป็นค่าของ โอเคมั้ย”

“ได้... ตกลงกันแล้วนะ” วีนัสพูดพลางยื่นมือให้จับ “จับมือสัญญามั้ยล่ะ”

เจ้าของบ้านหัวเราะ “นี่ถึงขนาดต้องจับมือสัญญากันเลยเหรอ”

“ใช่... คุณน่ะชอบกวนฉัน แล้วเรื่องแบบนี้จะบอกไว้เลยนะว่าฉันไม่ชอบเอาเปรียบใคร ของพวกนี้ซื้อมาก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น ฉันจะไปส่งคุณและอยู่ช่วยงานคุณจนเลิกเพื่อเป็นค่าของฝากพวกนี้ ตกลงมั้ย”

“ก็ได้ๆ ตกลง” กี้ยื่นมือไปจับมืออีกฝ่าย

เมื่อตกลงกันได้เรียบร้อยแล้วสองสาวก็ช่วยกันขนของขึ้นรถของดาราหน้าหวาน หลังจากนั้นก็ขับรถออกไปตามทางที่สาวเซอร์บอก

...

“เร่เข้ามาๆ ไข่เจียวอร่อยๆ 20 บาทเท่านั้นเองจ้า” สองที่ม้วนกระดาษแข็งแผ่นใหญ่เพื่อทำเป็นโทรโข่งกำลังป่าวประกาศเชิญชวนให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเข้ามาแวะที่แผงขายข้าวไข่เจียว โดยมีกี้ที่ทำหน้าที่เป็นแม่ครัวกำลังยืนเจียวไข่ให้ลูกค้าคนหนึ่งอยู่ที่หน้าเตา

“คุณๆ อย่าเพิ่งนั่งให้สวยเสียของดิ ช่วยตักข้าวหน่อย” สาวเซอร์หันไปบอกวีนัสที่กำลังนั่งงงอยู่ที่เก้าอี้ตัวเล็กด้านหลังแผง

“อ้ะ... ได้ๆ”

“ใส่จานโฟมนะ สองทัพพี” กี้หันไปบอกดาราสาวอีกที

“โอเค” ดาราหน้าหวานทำตามที่อีกฝ่ายบอกแล้วยื่นจานโฟมที่มีข้าวสวยร้อนๆ ให้

เมื่อกี้วางไข่เจียวหอมๆ ที่ผสมผักนานาชนิดวางลงไปบนข้าวแล้วก็ยื่นให้หญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอคนนี้เป็นสาวสวย รูปร่างดี ที่มีหน้าตาคล้ายกับฝรั่ง

“อุ้มๆ ไข่เจียวของพี่เสื้อฟ้าได้แล้ว” แม่ครัวบอก

“ค่า...” หญิงสาวที่กี้เรียกว่าอุ้มก็นำซอสที่เทใส่ในถ้วยพลาสติกวางลงไปบนจานพร้อมกับช้อนพลาสติก แล้วก็หันไปบอกลูกค้าว่า “เสร็จแล้วค่ะ... ขอบคุณค่ะ”

ตอนนี้ทั้งสี่สาวอยู่ในงานประจำปีของบริษัทสิ่งพิมพ์ที่สาวหน้าฝรั่งทำงานอยู่ จริงๆ แล้วมันก็คืองานฉลองวันเกิดของบริษัทซึ่งจัดเป็นงานใหญ่ทุกปี โดยจัดเป็นงานออกร้านของพนักงานและญาติของพนักงานให้ขายของในงานนี้ได้ ซึ่งมีทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของกระจุกกระจิก และของกิน ซึ่งก็คล้ายกับตลาดนัดย่อมๆ ภายในลานกว้างของบริษัท ผู้คนที่เดินจับจ่ายในงานนี้ก็มีทั้งผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้า และคนนอกซึ่งก็คือชาวบ้านในชุมชนที่อยู่ใกล้กับบริษัท และดูเหมือนว่าแต่ละปีงานวันเกิดของบริษัทนี้จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะความสนุกสนานที่บอกกันปากต่อปาก

สองกับกี้เคยมาช่วยอุ้มขายเสื้อผ้าที่ไปรับมาจากประตูน้ำมาขายในงานเมื่อปีที่แล้ว และปีนี้สาวหน้าฝรั่งคิดว่าน่าจะขายอะไรที่เป็นของกินมากกว่า เพราะของจำพวกเสื้อผ้าหรือรองเท้านั้นมีพนักงานคนอื่นมาขายกันเยอะแล้ว ก็เลยสรุปกันว่าขายข้าวไข่เจียวน่าจะดีกว่าเพราะทำง่าย ขายง่ายและมีวัตถุดิบไม่มาก ซึ่งก็เป็นดังคาดเพราะขายดีมากและหมดในเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่ง

วีนัสปาดเหงื่อบนใบหน้าออก เพราะอากาศภายในงานตอนนี้นั้นคือว่าร้อนและค่อนข้างอบอ้าว เมื่อวัตถุดิบที่เตรียมมาหมดลงก็ปิดร้านหลังจากนั้นอุ้มก็ชวนเธอออกไปเดินเล่น แล้วก็ปล่อยให้สองสาวจากสถาบันฯ เฝ้าร้าน

“โห... เพื่อนอุ้มพอมีเพื่อนไปช็อปนี่รีบเดินหายไปเลยนะ” สาวเซอร์พูดแซว

สาวหมวยหัวเราะ “นานๆ จะมีคนมาเดินช็อปในงานเป็นเพื่อนซะทีนี่นา... ปล่อยเค้าไปเหอะน่า”

“แกนี่รีบแก้ตัวแทนแฟนทันทีเลยนะ”

“อุ้มเดินกับฉันก็เซ็งนี่นา ชอบกันคนละอย่างแยกเดินกันเร็วกว่า เราสองคนก็เลยไม่ค่อยเดินดูของซื้อของด้วยกันเท่าไหร่ ฉันก็พอเข้าใจอยู่นะเวลาเดินซื้อของก็อยากจะมีคนคอมเม้นท์ ช่วยเลือก แต่ฉันเองก็ไม่ใช่คนแบบนั้นซะด้วยสิ” สองพูด “ว่าแต่...”

“ว่าแต่ละอะไร”

“แกมากับคุณนัสได้ยังไง”

“ก็เค้ามาหาที่บ้าน”

สาวหมวยทำหน้าตาเหมือนไม่อยากจะเชื่อ “ไปหาแกที่บ้านเหรอ... น่าแปลกนะเนี่ยดาราดังไปหาแกที่บ้าน แปลกตั้งแต่คราวก่อนแล้วที่โทรมาฉันถามว่าบ้านแกอยู่ไหนอ่ะ แล้วก็ให้ฉันบอกละเอียดยิบเลย คิดว่าฉันเป็น Google map หรือ GPS หรือยังไงวะ”

กี้หัวเราะ “ขนาดนั้นเลย แล้วที่แกว่าแปลก... มันแปลกตรงไหนวะ”

“ก็เค้าอยากจะรู้จักบ้านแกทำไม แล้วก็ไปหาแกที่บ้านทำไม”

“เรื่องงานมั้ง...” สาวเซอร์พูดโกหก เธอแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ตอบไปแบบนั้น จริงๆ แล้วเธอบอกสองไปก็ได้ว่าดาราสาวไปหาเธอทำไม แต่ทำไมอยู่ๆ เธอถึงไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องส่วนตัวของวีนัสเสียอย่างนั้น

“หนังที่คุณป่านเอาแกไปเป็นต้นแบบแล้วคุณนัสได้เล่นเป็นตัวนั้นอ่ะเหรอ”

“อื้อ”

เมื่ออุ้มกับวีนัสกลับมา สาวเซอร์ก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำและเดินดูของที่วางขายอยู่พักหนึ่งแล้วก็เดินกลับไปที่ร้าน เธอเห็นดาราหน้าหวานนั่งหลบอยู่หลังโต๊ะที่ใช้วางของอยู่คนเดียว

“อ้าว สองคนนั้นหายไปไหนล่ะ” กี้ถามพลางนั่งลงข้างๆ

“เห็นคุณอุ้มบอกว่าอยากให้คุณสองไปดูอะไรบางอย่างน่ะ ก็เลยขอตัวเดินออกไป” วีนัสตอบ “เอ้อ... แล้วก็นี่เห็นบอกว่าเป็นส่วนแบ่ง” เธอยื่นเงินให้กับอีกฝ่าย

สาวเซอร์นับเงินแล้วขมวดคิ้ว “ฉันว่ามันเยอะไปนะ... เยอะไปจริงๆ”

“ก็... ในนั้นมันมีส่วนของฉันด้วย”

หลังจากที่ได้ฟังคำตอบจากคนที่นั่งข้างๆ แล้ว กี้ก็ยัดเงินครึ่งหนึ่งในกองของเธอให้กับวีนัส

“ไม่ได้นะ ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก ฉันแค่มาช่วยเฉยๆ ค่าของฉันก็ไม่ได้ออก” ดาราหน้าหวานปฏิเสธ

“คุณช่วยทำงานก็ต้องได้ตังค์สิ เอาไปเถอะน่า” สาวเซอร์พูด

“ฉันมาช่วยคุณเพราะของฝากที่อยู่หลังรถต่างหาก... อย่าทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีเลยน่า” ว่าแล้ววีนัสก็ยื่นเงินคืนให้กับกี้ “อย่าบังคับฉันเลยนะ จริงๆ ขอร้องล่ะ”

สาวเซอร์ยอมรับเงินมาจากอีกฝ่าย “คุณนี่ดื้อไม่ใช่เล่นเลยนะ”

“ฉันรู้ตัวหรอกน่า แต่คุณน่ะยิ่งกว่าฉันอีก” ดาราหน้าหวานบอกกับอีกฝ่ายด้วยใบหน้ายิ้มๆ

“อื้อ... เห็นจอยบอกว่าอาทิตย์หน้าวันเกิดคุณเหรอ” กี้ถามขึ้นมาหลังจากที่นั่งเงียบๆ กันไปพักหนึ่ง

“ค่ะ”

“แล้วมีโปรแกรมไปเลี้ยงฉลองที่ไหนล่ะ”

วีนัสทำท่านึก “อืม... วันนั้นรู้สึกว่าจะไม่มีคิวถ่าย ไม่มีงาน ก็เลยกะว่าจะไปเลี้ยงอาหารที่สถานสงเคราะห์น่ะ พอดีว่าไปกับพ่อกับแม่ทุกปี”

“เหรอ...” สาวเซอร์พูดแล้วก็ยื่นเงินทั้งหมดให้อีกฝ่าย “งั้นขอร่วมสมทบทุน”

ดาราสาวทำหน้างงๆ “อะไรนะ”

“ก็สมทบทุนเลี้ยงอาหารกับคุณไง ฉันเองไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนั้นเท่าไหร่ วันเกิดทีก็ได้แต่ใส่บาตรตอนเช้า ซื้อของให้น้ากาน แต่ถ้าช่วงไหนติดไปต่างจังหวัดก็แทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเลี้ยงข้าวคนอื่น” กี้ตอบ

“เลี้ยงข้าวคนอื่น ซื้อของให้น้า... แล้วไม่มีคนให้ของขวัญวันเกิดคุณเลยเหรอ” วีนัสถาม

“มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่ฉันจะให้คนอื่นมากกว่า ฉันคิดว่าถ้าเราให้อะไรคนอื่นในวันเกิดมันก็ถือกับว่าเราได้ให้สิ่งดีๆ กับคนๆ นั้น เพราะพ่อกับแม่เป็นคนให้ชีวิตฉัน ถ้าฉันมัวแต่รับแล้วไม่ให้คนอื่นบ้างในวันนี้มันก็รู้สึกไม่ดี นี่ฉันคิดของฉันเองนะ”

วีนัสหัวเราะออกมาเล็กน้อย “คุณนี่คิดอะไรแปลกๆ ไม่เหมือนคนอื่นเค้าอยู่เรื่อยเลยนะ... โอเค ฉันจะรับเงินนี้เอาไว้ทำบุญเผื่อคุณก็แล้วกัน”

“อื้อ ขอบคุณนะ คุณดาวประกายพรึก”

ดาราสาวค้อนให้อีกฝ่าย “เรียกดาวเฉยๆ ก็ได้น่า ทำไมต้องเรียกซะเต็มแบบนั้นด้วยล่ะ... ว่าแต่มีคนอื่นรู้มั้ยว่าคุณเรียกฉันว่าดาว”

สาวเซอร์ส่ายหน้า “คิดว่าไม่บอกน่าจะดีกว่า เพราะคุณบอกฉันคนเดียวเรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าคุณเป็นดารา”

“อ่าฮะ ดีแล้ว ฉันเองก็ไม่อยากให้คนอื่นรู้เหมือนกัน”

“ไม่อยากให้คนอื่นรู้เพราะอายที่ฉันเรียกคุณว่าดาวหรือเปล่า” กี้แซว

ดาราหน้าหวานหัวเราะออกมาอีกครั้ง “นั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้ ตั้งชื่อมาได้ยังไงเนี่ย แค่คุณเรียกฉันคนเดียวก็อายพอแล้ว คุณนี่ชอบทำให้ฉันหัวเราะอยู่เรื่อยเลยนะ”

กี้ยิ้ม “ก็เห็นคุณชอบทำหน้าเครียด ชอบเก็บอะไรต่อมิอะไรมาคิดคนเดียว คุณน่ะยิ้มบ้างหัวเราะบ้างก็ดีนะ”

“ก็หัวเราะอยู่นี่แล้วไง”

“เวลาคุณทำหน้าบึ้งนะ คิ้วคุณจะขมวดนิดๆ ปากจะบูดๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ เครียดอะไรอยู่คนเดียว เหมือนคุณกำลังมีเรื่องอะไรทุกข์ใจ ไม่สบายใจ ฉันก็เลยคิดว่าถ้าฉันทำให้คุณหัวเราะได้ก็คงจะดีกว่านี้ จะไม่ได้ต้องมานั่งอมทุกข์อะไรอยู่คนเดียวอีก ฉันชอบให้คุณยิ้มนะ เวลาเห็นคุณยิ้มแล้วคุณน่ารักดี” สาวเซอร์พูด

เมื่อได้ฟังคำพูดของคนที่นั่งข้างๆ จู่ๆ ใบหน้าของวีนัสก็ร้อนขึ้นมา เธอไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายเลย คำพูดของกี้เมื่อครู่นี้ทำให้เธอรู้สึกดี ไม่เคยมีใครพูดแบบนี้กับเธอมาก่อนแม้แต่อดีตแฟนของเธอเอง ถึงจะเป็นพูดที่ไม่ได้สื่อว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไรกับเธอ แต่คำพูดนี้ทำให้เธอคิดว่าสาวเซอร์เอาใจใส่ความรู้สึกของเธอมากกว่าใครๆ ที่เธอเคยรู้จัก

“เอ่อ... ค่ะ” ดาราสาวได้แต่ตอบรับสั้นๆ พลางเอามือปัดผมขึ้นทัดหู ท่าทางแบบนี้เธอมักจะทำบ่อยๆ เวลาที่รู้สึกเขิน

“ก็เอาอย่างงี้แหละ ถ้าไม่สบายใจ อยากหัวเราะก็คุยกับฉันก็แล้วกัน” กี้พูด

“พูดมัดมือชกกันแบบนี้เลย... คุณคิดว่าฉันจะโทรไปให้คุณพูดแซว พูดกวนเหรอ”

“ก็ไม่รู้สิ เผื่อว่าวันไหนคุณอยากจะฟังเรื่องบ้าๆ บอๆ” สาวเซอร์พูดพลางยิ้มกว้าง

“อืม... ก็โอเค ถ้าฉันอยากจะฟังเรื่องบ้าๆ จากคุณ”

“ว่างก็โทรมานะ หรือจะให้ฉันโทรไปหาก็ได้”

“ค่ะ”

สองกับอุ้มเดินเข้ามาหาพลางวางของหลังจากนั้นก็เดินออกไปอีกครั้ง เมื่อสองสาวเดินคล้อยหลังไป ดาราหน้าหวานก็หันมาถามคนที่นั่งข้างๆ ว่า

“สองคนนั้นเป็นแฟนกันเหรอ”

“อื้อ”

“แล้วคนอื่นๆ รู้มั้ยว่าเป็นแฟนกัน ฉันหมายถึงคนที่สถาบันฯ”

“รู้... รู้กันหมดแหละ”

“แล้วคุณรู้สึกยังไงเหรอที่เห็นผู้หญิงด้วยกันเป็นแฟนกัน” ดาราสาวถามต่อ

กี้ยักไหล่ “ก็ไม่รู้สึกอะไรนี่ สองคนนั่นเค้าก็รักกันดี”

“เหรอ...”

สองสาวนั่งเงียบๆ ไปกันสักพักหนึ่งโดยที่วีนัสแอบมองอีกฝ่ายอยู่แทบจะตลอด ในสมองของเธอคิดถึงคำพูดของสาวเซอร์วนไปวนมา แต่ด้วยความเหนื่อยจากการทำงานตั้งแต่เช้ามืดของวันนี้ บวกกับความร้อนของอากาศและความเหนื่อยจากการช่วยขายของทำให้เธอรู้สึกเพลียและง่วงขึ้นมา ดาราหน้าหวานนั่งหาวนอนอยู่หลายรอบก่อนที่จะพิงคนที่นั่งข้างๆ 

“ขอพักนิดนึงนะ” ดาราสาวพูดเบาๆ

“อื้อ” กี้ตอนแรกที่ตกใจเล็กน้อยเพราะจู่ๆ อีกฝ่ายก็เอียงตัวเข้ามาพิงไหล่ แต่พอเห็นใบหน้าที่เหนื่อยอ่อนของวีนัสก็อนุญาต เธอดึงตัวดาราสาวให้เข้าใกล้ตัวเธอมากขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายได้พักผ่อน สาวเซอร์ค่อยๆ ประคองตัวของวีนัสให้นอนลงไปบนตักของเธอแล้วก็ลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ

‘น่ารักดีแฮะ’ กี้นั่งมองใบหน้าที่กำลังหลับของดาราหน้าหวานแล้วยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงท่าทางของวีนัสที่ช่วยเธออย่างเต็มที่ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลยก็ได้ เธอรู้สึกประทับใจในตัวคนๆ นี้มาก และเมื่อนั่งนึกถึงช่วงที่นั่งคุยกันที่สนามหลวง เธออยากเห็นผู้หญิงคนนี้ยิ้มและหัวเราะเพราะเธอรู้สึกดีมากๆ เวลาที่เห็นคนๆ นี้ยิ้ม

ดาราหน้าหวานสะดุ้งตื่นก่อนที่อุ้มและสองจะเดินกลับเข้ามา หลังจากนั้นทั้งหมดก็ช่วยกันขนของขึ้นรถของสาวหน้าฝรั่ง   

“ขอบคุณคุณนัสมากนะคะที่มาช่วยพวกเราวันนี้” อุ้มพูดอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ สนุกดี ถ้ามีงานแบบนี้อีกก็อย่าลืมชวนนะคะ” ดาราสาวพูด เธอโบกมือให้กับสาวหมวยที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถ และเมื่อรถของสาวหน้าฝรั่งเคลื่อนตัวออกไปแล้วสองสาวที่เหลือก็หันมามองหน้ากัน

“คุณขับรถกลับไหวมั้ยเนี่ย” สาวเซอร์ถาม

“ก็น่าจะ... จะให้ไปส่งคุณที่บ้านก่อนมั้ย”

“ไม่ต้องหรอก ฉันกลับเองได้... แน่ใจนะว่าไหว” กี้จ้องหน้าอีกฝ่าย

วีนัสหลบตาของกี้ “ว... ไหวน่า”

“ไหวก็ไหว ถ้างั้นขอติดรถไปลงหน้าปากซอยก็แล้วกัน” สาวเซอร์พูด

“ค่ะ”

เมื่อรถของดาราหน้าหวานแล่นไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องจอด และต้องสลับให้กี้เป็นฝ่ายขับแทนเพราะเจ้าของรถนั้นดูท่าจะไม่ไหวเสียแล้ว เนื่องจากขับไปขับมาก็ไปกินเลนคนอื่น หรือไม่ก็จะเข้าข้างทางตลอดจนคนที่อาศัยรถเกิดอาการไม่ไว้วางใจและห่วงสวัสดิภาพในชีวิตของตัวเอง ก็เลยขอเปลี่ยนเป็นคนขับแทน

“ไม่ไหวก็บอกว่าไม่ไหวสิคุณ เดี๋ยวก็เป็นอะไรไปกันพอดี แบบนี้ได้หัวเราะไม่ออกแน่” สาวเซอร์บ่นพลางมองไปที่วีนัสที่เอนเบาะลงไปนอนอยู่ที่ข้างคนขับ

“ขอโทษ”

“แล้วบ้านคุณอยู่ไหนเนี่ย”

ดาราสาวบอกชื่อคอนโดที่เธออยู่ เป็นคอนโดใจกลางเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทเท่าใดนัก คนขับรถจำเป็นพยักหน้าหงึกหงักเพราะรู้เส้นทางหลังจากนั้นก็ขับรถตรงไปยังที่พักของอีกฝ่ายที่กำลังจะหลับไปอีกครั้ง

“คุณๆ ถึงแล้ว” กี้เขย่าตัวคนที่นั่งข้างๆ

“อ... อื้อ” วีนัสทำท่าสลึมสลืออยู่พักหนึ่งแล้วค่อยๆ ปรับเบาะให้ตั้งตรง “ถึงแล้วเหรอ”

“ถึงแล้ว” สาวเซอร์ดับเครื่องยนต์แล้วลงไปช่วยพยุงดาราสาวลงจากรถ

กี้ยกตะกร้าของฝากที่เธอซื้อให้กับเจ้าของรถแล้วเดินไปส่งที่ด้านหน้าของอาคารที่พัก “จะให้ขึ้นไปส่งมั้ย” เธอถามขณะที่อีกฝ่ายกำลังรูดคีย์การ์ดเปิดประตูตึก

“เอ่อ ก็ดีค่ะ ขอบคุณนะ”

สาวเซอร์ยักไหล่แล้วเดินเคียงคู่กับดาราหน้าหวานไปที่ลิฟต์แล้วทั้งสองก็ขึ้นไปบนห้องพักของวีนัส

“เข้ามาก่อนมั้ย” เจ้าของห้องชวน

“ก็... ดี” กี้เดินยกตะกร้าเข้ามา “จะให้วางไว้ตรงไหนเหรอ”

“ตรงนั้นก็ได้” ดาราสาวชี้ไปที่ข้างโซฟา

ห้องของดาราหน้าหวานเป็นห้องขนาด 1 ห้องนอน มีห้องครัวและระเบียง วีนัสแต่งห้องแบบแนววินเทจ เน้นที่สีขาวกับเทาเป็นหลัก

“ห้องคุณสวยดี” สาวเซอร์พูดพลางมองไปรอบๆ

“ขอบคุณค่ะ” เจ้าของห้องพูดแล้วยื่นแก้วน้ำให้อีกฝ่าย

“เดี๋ยวขอกลับก่อนนะ” กี้พูดหลังจากดื่มน้ำหมดแก้ว

“ค่ะ... แต่มันดึกแล้วนะ” ดาราหน้าหวานพูดแล้วมองไปที่นาฬิกาแขวนบนผนังห้องบอกเวลาเกือบจะห้าทุ่มแล้ว

“ไม่เป็นไรฉันกลับได้”

“ค่ะ งั้นกลับบ้านดีๆ นะ”

“อื้อ” แล้วกี้ก็โบกมือลาเจ้าของห้อง

เมื่อสาวเซอร์ออกจากห้องไปแล้ว วีนัสก็เข้าไปอาบน้ำ เสร็จแล้วก็เดินกลับมาในห้องอีกครั้งเธอก็เห็นไฟกระพริบที่โทรศัพท์มือถือ เมื่อเปิดขึ้นมาดูก็เห็นเป็นเบอร์โทรศัพท์ของกี้ เธอจึงรีบกดโทรศัพท์ไปหาอีกฝ่ายทันที

“ฮัลโหล” เสียงของสาวเซอร์ดังขึ้นพร้อมเสียงซู่ซ่า และเสียงฟ้าร้องดูเหมือนว่าฝนจะตกที่ด้านนอก

“คุณ... ถึงบ้านหรือยัง”

“ยังไม่ได้ออกจากคอนโดคุณเลย กำลังจะออกฝนก็ตก”

“เหรอ... งั้นเดี๋ยวฉันลงไปรับ” ดาราหน้าหวานลงรีบแต่งตัวและลงไปหาสาวเซอร์ทันที เธอพบกับกี้ที่เปียกแทบจะทั้งตัว

“ฉันว่าคุณรีบไปอาบน้ำดีกว่า” วีนัสรีบดึงอีกฝ่ายเข้าไปในห้อง เธอยัดผ้าขนหนูใส่มือแล้วรีบไปหาเสื้อผ้าให้สาวเซอร์เปลี่ยน

“ซวยชะมัด” กี้เดินบ่นออกมาหลังจากที่อาบน้ำ สระผมเสร็จแล้ว “กำลังจะเดินไปเรียกแท็กซี่ อยู่ๆ ก็ตกลงมา”

“อย่าบ่นเลยน่า คุณนี่ขี้บ่นจริง” ดาราสาวพูดขำๆ “คืนนี้นอนที่นี่ก็แล้วกันนะ”

“อื้อ...” สาวเซอร์มองไปรอบๆ ห้อง “วันนี้คิดซะว่ามาออกรายการฉันมาค้างกับซุปตาร์ก็แล้วกัน... ให้ฉันนอนที่โซฟาก็ได้นะ”

ดาราหน้าหวานส่ายหน้า “ไม่ได้หรอกน่า ไปนอนในห้องเถอะไป ชิ่วๆ”

กี้ยิ้ม “เดี๋ยวนี้มีไล่ด้วย ชิ่วๆ เลยนะ”

“คุณเคยไล่ฉันก่อนนี่นา ฉันจำเก่งนะจะบอกให้” วีนัสหัวเราะออกมาเบาๆ

ห้องนอนของดาราสาวนั้นธรรมดากว่าที่สาวเซอร์คิด มีเพียงเตียงขนาด Queen Size ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งที่มีเครื่องสำอางวางอยู่ไม่กี่ชิ้น

“ฉันนอนก่อนนะ” ดาราหน้าหวานพูดกับอีกฝ่ายแล้วขึ้นไปบนเตียงฝั่งหนึ่ง

“หนีนอนก่อนแขกเลยเหรอ” กี้แซว

“ไม่รู้ล่ะ ฉันง่วง ฝากปิดไฟด้วยล่ะ Good night” วีนัสนอนตะแคงหันหลังให้กับสาวเซอร์

กี้ส่ายหน้าแล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย เธอเดินไปปิดไฟแล้วเดินกลับมาบนเตียง เมื่อล้มตัวลงนอนเธอก็หันหน้าไปมองเจ้าของห้องที่หลับไปก่อนหน้านี้แล้ว

“Good night” สาวเซอร์พูดออกมาเบาๆ

ดาราหน้าหวานที่หันหลังให้กับคนที่นอนข้างๆ แอบยิ้มหลังจากที่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่

...

แสงแดดยามเช้าที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องบนชั้นที่ 23 ของคอนโดหรู ลำแสงสีส้มอ่อนๆ ส่องกระทบเข้ามาที่ใบหน้าของกี้จนทำให้เธอต้องตื่นขึ้นมา สาวเซอร์ขยี้ตาแล้วหันไปมองข้างๆ

“..........”

กี้อึ้งเมื่อหันไปพบกับใบหน้าของวีนัสที่กำลังหลับสนิทอยู่ข้างๆ ใบหน้าใสๆ ของดาราสาวที่เธอเห็นอยู่เป็นประจำ แต่ทำไมเช้านี้... เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วเมื่อมองใบหน้าของคนที่นอนข้างๆ แล้วทำไมถึงละสายตาไปไม่ได้ ราวกับว่ามีแรงดึงดูดที่ทำให้มองอยู่แบบนี้... สาวเซอร์นอนมองดาราหน้าหวานอยู่นาน... ดวงตาสวยที่ปิดสนิทพร้อมกับแพขนตายาวสวย กับริมฝีปากบางๆ สีแดงที่ส่งเสียงหัวเราะและส่งเสียงพูดต่อล้อต่อเถียงกับเธอ... วีนัสที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้สวยมาก สมชื่อกับวีนัสเทพแห่งความรักและความงามของโรมัน

สาวเซอร์ค่อยๆ ลงจากเตียงนอนแล้วหันไปมองเจ้าของห้องอีกครั้ง หัวใจของเธอเต้นเร็วและแรง รู้สึกใบหน้าร้อนขึ้นเมื่อมองหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง

“บ้าไปแล้วกู” กี้พึมพำขึ้นมาเบาๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำ

เมื่อสาวเซอร์เดินออกมาจากห้องน้ำเธอก็เห็นดาราหน้าหวานตื่นแล้ว ใบหน้าของเจ้าของห้องดูเหมือนจะยังไม่ตื่นดี แต่ก็ส่งยิ้มน้อยๆ มาให้กับเธอ รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจของกี้เต้นแรงอีกแล้ว

“ตื่นแล้วเหรอ” วีนัสถาม

“อื้อ”

ดาราสาวเดินลงมาจากเตียงแล้วตรงเข้ามาหาสาวเซอร์

“กี่โมงแล้วเหรอ” วีนัสถาม

กี้หันหน้าไปมองที่นาฬิกาแขวน “เกือบ 9 โมงแล้ว... วันนี้คุณไม่ไปทำงานเหรอ”

“มีถ่ายรายการตอนบ่าย แล้วคุณล่ะ”

“วันนี้วันหยุด ร้านปิดด้วย”

“ถ้างั้นวันนี้กินข้าวเช้าด้วยกันมั้ยคะ” วีนัสถามเบาๆ ใบหน้าของเธอออกเป็นสีแดงเล็กน้อยแล้วก็ยกมือปัดผมขึ้นทัดหู

สาวเซอร์รู้สึกใบหน้าของตัวเองร้อนขึ้นเมื่อเห็นท่าทางและคำพูดของดาราสาว “อ... โอเค”

ดาราหน้าหวานยิ้มเมื่อได้ยินคำตอบแล้วรู้สึกเขินมากขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มกลับมาให้เช่นเดียวกัน

สองสาวอาบน้ำ แต่งตัวแล้วลงไปกินข้าวที่ร้านอาหารแถวๆ คอนโดของดาราสาว ต่างฝ่ายต่างนั่งมองหน้ากันระหว่างที่รออาหาร กี้ฮัมเพลงที่ร้านอาหารเปิดและเธอก็รู้สึกเห็นด้วยกับเพลงๆ นี้เพราะมันเหมาะกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเธอเป็นอย่างมาก

When I see your face
There's not a thing that I would change
Cause you're amazing
Just the way you are
And when you smile,
The whole world stops and stares for awhile
Cause girl you're amazing
Just the way you are

ทุกๆ ครั้งที่ฉันมองใบหน้าของคุณ
ไม่มีอะไรที่ฉันอยากให้มันเปลี่ยนไปเลย
เพราะคุณน่ะช่างงดงาม
ในอย่างที่คุณเป็นอยู่แล้ว
และทุกๆ ครั้งที่คุณยิ้ม
โลกทั้งโลกก็หยุดหมุน เพื่อมองดูรอยยิ้มของคุณ
เพราะคุณน่ะช่างสวยงาม
ในแบบที่คุณเป็น

(เพลง Just the way you are: Bruno Mars)

วีนัสยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี และยิ้มของเธอก็กว้างขึ้นเมื่อสาวเซอร์ยิ้มกลับมาให้เธอ

To be continued




 

Powered by EzPortal
    ต้นฉบับในเว็บไซต์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้แต่งต้นฉบับที่นำมาลง
    copyright © Yuriread.com All rights reserved.