web stats

ข่าว

+-User

Welcome, Guest.
Please login or register.
 
 
 
Forgot your password?
ปัญหาการสมัครสมาชิก
วิธีเปลี่ยนสถานะเป็นนักเขียน
วิธีลงนิยาย
วิธีใช้งานบอร์ด

+-สถิติการใช้งาน

Members
Total Members: 880
Latest: Levitra5a
New This Month: 0
New This Week: 0
New Today: 0
Stats
Total Posts: 1553
Total Topics: 886
Most Online Today: 27
Most Online Ever: 186
(14 มีนาคม 2020 เวลา 14:00:42 )
Users Online
Members: 0
Guests: 10
Total: 10

ผู้เขียน หัวข้อ: Hidden Agenda Chapter 4  (อ่าน 1411 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ nuffy

  • Moderator
  • ขาจร
  • *****
  • กระทู้: 93
Hidden Agenda Chapter 4
« เมื่อ: 25 มกราคม 2014 เวลา 08:26:23 »
Chapter 4

“อยากทำอะไรก็ทำสิ ตามใจ” วีนัสที่กำลังสวมบทบาทเป็นกี้พูดกับเอ ดาราสาวหน้าเกาหลีผู้รับบทพริม นางเอกของเรื่องด้วยท่าทางไม่สนใจอะไร

“กี้... นี่แกจะไม่ห้ามฉันเลยเหรอ” ดาราสาวหน้าเกาหลีพูดโต้ตอบกับอีกฝ่าย

ดาราหน้าหวานยักไหล่ตามบทแล้วพูดต่อว่า “ก็มันเรื่องของแกนี่... เรื่องของแกกับแฟนแก มันไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับคนนอกอย่างฉันสักหน่อย”

“โห... แกอย่าพูดตัดกันแบบนั้นสิกี้”

วีนัสปรายตามองเอ เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วพูดว่า “เอ้า... มีอะไรก็ว่ามา”

“คัท!” เสียงของชาญ ผู้ช่วยผู้กำกับและหนึ่งในแอ๊คติ้ง โค้ชของภาพยนตร์เรื่องนี้ตะโกนบอกนักแสดง

อ๊อด ผู้กำกับหันไปมองสายป่านที่มานั่งดูการซ้อมและทำเวิร์กช็อปในวันนี้ “น้องนัสเล่นดีขึ้นนะ ไม่เหมือนคราวก่อน แต่ก็ยังจุดที่ติดๆ ขัดๆ อยู่บ้าง... แกว่าไงอ่ะป่าน”

สาวแว่นขยับแว่นตาที่ตกลงมาเล็กน้อย “เห็นด้วย น้องนัสดูโอเคขึ้น คำพูดกับน้ำเสียงโอเคแล้ว แต่ติดที่ท่าทางแล้วก็บุคลิกอีกนิดนึง”

“คิดเหมือนกันเลยว่ะ... แต่ไม่เห็นด้วยตรงปรับอีกนิดนึง น่าจะปรับเยอะกว่านี้อีก... เอ้อ! ว่าแต่... วันนั้นคุยอะไรกะต้นแบบเค้าบ้างล่ะ” ผู้กำกับถาม

สายป่านทำท่าตกใจ เธอไม่รู้จะตอบไปว่าอะไรก็เพราะวันนั้นเธอหนีกลับมาก่อนน่ะสิ!

“ก็... เราแค่เกริ่นๆ เอาไว้เองน่ะ แล้วก็ปล่อยให้สองคนนั้นเค้าคุยกันเอง พอดีว่า... ร... เราไม่ค่อยสบายด้วยก็เลยขอตัวกลับมาก่อน” นักเขียนบทตอบแบบตะกุกตะกักพลางเบือนหน้าหนีอีกฝ่าย

“เหรอ... ฮืม... เอาไงดีน้า เราอ่ะอยากจะให้น้องนัสเค้าทำให้ดีกว่านี้น่ะสิ” อ๊อดพูดไปด้วยเกาคางไปด้วยเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

“แล้วจะให้ทำไงยังอ่ะ อย่ามาถามเรานะ เราคนเขียนบท ไม่ใช่คนเล่น” สาวแว่นออกตัว

“เอ้อ ถามหน่อยดิว่าต้นแบบที่แกเอามาเขียนนี่เจอกันที่ไหนแล้ว แล้วทำงานอะไร” ผู้กำกับถาม

นักเขียนบทเลิกคิ้ว “อยากรู้ไปทำไมอ่ะ”

“เออน่า บอกมาเหอะ” ผู้กำกับบอก “เผื่อจะขึ้นเครดิตตอนจบไง แบบขอขอบคุณอะไรเงี้ย”

สาวแว่นทำหน้าแบบไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นักแต่ก็ยอมบอกข้อมูลของกี้ตัวจริงไปให้กับอ๊อดได้รับรู้ หลังจากนั้นก็นั่งสังเกตการณ์การซ้อมบทของนักแสดงต่อไป

...

“ว่าไงนะคะ จะให้น้องนัสเป็นดาราหลักร่วมงานโครงการ CSR ทุกงานเลยเหรอคะ!” เสียงของจ๋า สาวร่างใหญ่ ผู้จัดการส่วนตัวของวีนัสถามที่ประชุมด้วยเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจมากนัก

“ค่ะ... ทางผู้บริหารเค้าบอกมาแบบนั้น” แจน PR สาวของบริษัทบอกกับผู้จัดการอย่างใจเย็น

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ละคะ น้องนัสยังมีงานเดินแบบ ถ่ายแบบ เล่น MV แล้วก็ต้องเข้าเวิร์กช็อปหนังเรื่องใหม่ด้วยไม่ใช่หรือยังไงกันคะ แล้วทำไมต้องเอาเวลาไปร่วมงานอะไรแบบนั้นด้วย ไหนบอกว่าจะเวียนๆ กันไปไม่ใช่เหรอคะ” จ๋าพูดต่อ

ชายหนุ่มวัยกลางคนที่นั่งหัวโต๊ะในห้องประชุมปรายหางตาไปที่ผู้จัดการดาราด้วยความไม่พอใจนิดๆ แล้วพูดว่า “จ๋า ฟังพี่นะ... พี่เดาออกว่าจ๋าคิดยังไง จ๋าคงคิดว่าพวกพี่ไม่เห็นความสำคัญของนัสใช่มั้ย แต่พี่ขอบอกตรงๆ ว่าทางผู้บริหารเองให้ความสำคัญกับทุกคน ตอนนี้ละครเรตติ้งกำลังจะไปได้สวยและก็คิดว่าตอนจบเรตติ้งก็คงจะดีกว่านี้มาก... แล้วถ้าเราเปิดโอกาสให้นัสได้ออกไปโชว์ตัวในงานอื่นนอกจากงานบันเทิงมันก็น่าจะส่งผลดีต่อตัวนัสเอง”

เขาคนนี้คือพิชิต หนึ่งในกรรมการบริหารของบริษัทที่ดูแลเรื่องการประชาสัมพันธ์โดยตรงนั่นเอง น้ำเสียงนิ่มๆ เรียบๆ แต่แฝงด้วยอำนาจทำให้ทุกคนต้องนั่งฟังแบบเงียบๆ

“...........” ผู้จัดการสาวร่างใหญ่นิ่ง

“ที่นี้งานที่เรามีอยู่ร่วมกับสถาบันฯ ก็ถือว่าเป็นงานที่เปิดตัวให้คนที่อยู่ต่างจังหวัดได้คุ้นเคยกับดาราของเรามากขึ้น เพราะจากเสียงตอบรับของงานที่แล้ว... ที่ติ๊กกับเอแล้วก็เบสที่ไปร่วมงานก็ได้ฟีดแบ็กกลับมาดีมาก พวกเราก็เลยเห็นว่างานนี้น่าจะทำให้นัสเป็นที่รู้จักมากขึ้น” พิชิตพูดต่อ

PR สาวหันไปมองหน้าวีนัสที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเธอแล้วเลื่อนซองเอกสารให้ “ก็อย่างที่พี่พิชิตพูดน่ะค่ะ ทางเราก็เลยจัดตารางคิวของน้องนัสที่ตรงกับงานของสถาบันฯ ที่บริษัทต้องไปร่วมงานด้วย ในซองจะมีรายละเอียดอยู่นะคะว่าไปวันไหน ไปกี่วัน งานอะไร ในงานต้องทำอะไรบ้าง แล้วก็คนประสานงานของทางบริษัทแล้วก็สถาบันฯ ด้วยค่ะ”

ดาราหน้าหวานหยิบเอกสาร 2 – 3 ฉบับออกจากซอง

“ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ หรือสงสัยตรงไหนถามพี่แจนได้นะคะ” แจนบอก

“ค่ะ” วีนัสตอบพลางอ่านข้อมูลในเอกสารไปพลางๆ

ดาราหน้าหวานมองดูตารางงานที่ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์จัดคิวที่เธอต้องไปร่วมงานกับสถาบันพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชนซึ่งส่วนใหญ่เธอจะต้องใช้เวลาร่วมกับทีมงานของสถาบันฯ อย่างน้อยประมาณ 3 วัน ส่วนรายละเอียดงานก็ไม่มีอะไรมาก แค่ร่วมกิจกรรม พูดคุยกับคนที่เข้ามาร่วมงาน อาจจะหาเพลงเผื่อไปสัก 2 – 3 เพลงเอาไว้ไปร้องในงานถ้าหากถูกขอให้โชว์อะไรบ้างอย่าง

“เอ่อ ขอถามนิดนึงค่ะ” วีนัสส่งเสียงถามขัดจังหวะผู้จัดการของเธอที่กำลังคุยเรื่องรายละเอียดจาก PR สาวอยู่

“ขา... ว่ายังไงคะน้องนัส”

“นัสต้องไปกับพี่ๆ หรือว่าต้องไปกับเจ้าหน้าที่ของสถาบันฯ คะ”

“ไปกับพวกพี่สิจ้ะ เพราะบางทีพวกทีมของสถาบันฯ อาจจะต้องไปเตรียมงานก่อนเหมือนงานคราวที่แล้วที่มีทีมนึงก็ล่วงหน้าไปก่อนพวกเราเกือบอาทิตย์ค่ะ”

“อ๋อค่ะ... ถ้าแบบนั้นนัสว่าสำหรับนัสไม่มีปัญหาอะไรค่ะ”

หลังจากการประชุมเรียบร้อยแล้วจ๋าก็เดินบ่นอุบอิบออกมาจากห้องพร้อมกับดาราหน้าหวาน ผู้จัดการสาวร่างใหญ่พูดในทำนองว่าการที่วีนัสต้องร่วมงานกับสถาบันฯ นั้นมีอะไรแปลกๆ

“พี่ว่าพวกข้างบนต้องมี Hidden agenda อะไรแน่ๆ เลยค่ะน้องนัส ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นความสำคัญของงานอะไรแบบนี้ แล้วจู่ๆ ให้ดาราดังอย่างน้องนัสไปทำงานแบบนี้เหมือนพวกดาราหน้าใหม่ได้ยังไงก็ไม่รู้ อยากจะลดเกรดเราหรือยังไง”

“แต่ที่พี่พิชิตพูดนัสว่าก็มีเหตุผลนะคะพี่จ๋า เห็นเอเล่าให้ฟังว่าไปงานกับทีมของสถาบันฯ ก็สนุกดี แต่ก็เหนื่อยกับการนั่งรถนานๆ นิดหน่อยเอง” วีนัสพูด

“เหรอ... ถ้าน้องนัสว่าอย่างงั้นก็ตามใจละกัน งั้นพี่ก็จัดคิวงานให้ไม่ชนกับวันงานที่ตารางก็แล้วกัน”

“ค่ะ” ดาราหน้าหวานรับคำ หลังจากนั้นก็เดินกลับไปที่สตูดิโอที่ทำเวิร์กช็อปของหนังเรื่องแรกของเธออีกครั้งหนึ่ง

“กี้เหรอ...” วีนัสพูดพึมพำขึ้นมาเบาๆ ขณะที่อ่านบทบรรยายของซีนต่อไปที่เธอจะต้องซ้อมกับดาราชายอีกคนหนึ่ง หลังจากนั้นรอยยิ้มบางๆ ก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ

“ตัวจริงกวนกว่าในบทอีกนะ” ดาราสาวพูดขึ้นมาอีกครั้งเมื่ออ่านถึงบทสนทนาที่เธอต้องพูดในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้


ที่เกาะสมุยมันมีอะไร
ที่ทำให้คุณนั้นต้องอยากไป ที่ทำให้คุณนั้นต้องติดใจมาชวนผม

Do you want to know ‘bout paradise?
This time is really hard to find
Sunshine is bighting all the time at Koh Samui

(เพลงเกาะสมุย: Deep O Sea)

เสียงเพลงพร้อมเสียงหัวเราะด้วยความสนุกสนานที่ดังลั่นออกมาจากโถงหน้าห้องพักของทีมจากสถาบันพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน ณ รีสอร์ทอันเป็นที่พักในอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ทำให้ทีมงานที่มาจากบริษัท GNN แล้วหันไปมองและหัวเราะออกมาเพราะดูท่าทางทีมจากสถาบันฯ ดูจะไม่มีความกังวลกับอากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่นัก

“เฮ้ยๆๆ กูว่าพวกมึงร้องเพลงผิดกับบรรยากาศมากเลยนะเนี่ย มาป่า มาภูเขา เสือกร้องเกาะสมุย” ตั้มพูดกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม

“งั้นเอาเพลงนี้มั้ยล่ะ” กี้ส่งเสียงบอกเพื่อน

“เพลงอะไรวะ” หนุ่มตี๋ถาม

“แสงจันทร์ของมาลีฮวนน่า” สาวเซอร์ตอบ

จอยตบหัวเพื่อน “ไอ้กี้ กูว่ามึงแหกตาดูหน่อยเหอะ เมฆครึ้มมาแบบนี้มองไม่เห็นอะไรเลย ขนาดพระอาทิตย์ยังไม่มีเลย เสือกจะให้ร้องเพลงแสงจันทร์ ไอ้บ้า”

“อะไร... กูก็แค่คิดถึงแสงจันทร์เท่านั้นเอง”

“ไอ้แสงจันทร์ที่แกคิดถึงมันเป็นแสงจากพระจันทร์จริงๆ หรือร้านเหล้าวะ แต่ฉันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า” สองพูดกัดเพื่อน “ใช่มะ” แล้วเธอก็หันไปถามเพื่อนๆ

“ช่าย” สมาชิกทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน แล้วเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นอีกครั้ง

วีนัสที่นั่งแอบฟังคนกลุ่มนี้อยู่นานก็ส่งเสียงหัวเราะตาม สาวอวบที่เห็นดาราที่ตัวเองชอบเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยก็ได้ทีรีบวิ่งเข้าไปหา

“น้องนัสหายเหนื่อยแล้วเหรอคะ” จอยพูดอย่างรวดเร็ว

“ค่ะ... จริงๆ แล้วก็ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ นัสหลับมาตลอดทางเลยล่ะค่ะ” ดาราหน้าหวานตอบ

“งั้นสนใจเข้ามาร่วมวงกับพวกเรามั้ยคะ” สาวอวบชวน

“ก็...” วีนัสพูดลากเสียงยาวแล้วแอบมองกี้ที่นั่งกินลูกชิ้นปิ้งอยู่ “ดีค่ะ”

จอยรีบเดินนำดาราสาวตรงไปที่กลุ่มของเธออย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็บอกให้สาวเซอร์เขยิบตัวออกจากม้านั่งเพื่อให้ผู้มาเยือนนั่ง

“โห... ไอ้จอย บอกให้เขยิบดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องไล่กันด้วยวะ”

“ไม่ได้ไล่เว้ย ฉันก็แค่ให้แกเขยิบ”

“แต่ไอ้คำพูดที่ให้ฉันเขยิบเมื่อกี้นี้มันทะแมงๆ ว่ะ เหมือนไล่หมายังไงชอบกล” สาวเซอร์ยังพูดต่อ

“ทำไมแกอยากจะให้ฉันบอกแกยังไงอ่ะ” สาวอวบถาม

โชคที่นั่งฟังอยู่ก็ต่อมุกทันที “ฉันว่าเป็นแบบนี้ว่ะ กี้ๆๆ มานี่ๆๆๆ โหม่ๆๆๆๆๆ” ว่าแล้วเขาก็ดีดนิ้วเรียกเพื่อนด้วยท่าทางเหมือนกับเรียกสัตว์เลี้ยง

วีนัสหัวเราะท้องแข็งเมื่อเห็นคนที่นั่งข้างๆ รับมุกเพื่อนด้วยการทำท่าตามเสียงเรียกอยู่พักหนึ่งแล้วก็เลิกทำ ตบท้ายด้วยคำว่า

“ไอ้สลัดผัก! เห็นรับมุกเข้าหน่อยก็ได้ทีเลยนะ!”

“แหม... ก็คิดว่าแกเป็นเพื่อนกะบุญเลิศเท่านั้นเอ๊งงง” หนุ่มสกินเฮดพูดพลางหัวเราะ

“พี่โชคพูดแบบนี้งั้นแสดงว่ากี้ก็เป็นฟายอ่ะดิ” สาวหมวยรีบต่อมุกทันที

กี้รีบหันไปหาสองแล้วพูดว่า “ไอ้สอง!”

“อะไรจ้ะ ไอ้ฟายยยยยยยย” สองยังคงล้อเพื่อนอยู่

“Thank you and you?” สาวเซอร์ตอบกลับอย่างทันควัน และคำพูดของเธอนั้นก็ทำให้ทุกคนในกลุ่มหัวเราะร่วมยกเว้นดาราหน้าหวานที่นั่งทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจ

“เอ้าๆ จอยอธิบายให้น้องเค้าฟังหน่อย คนสวยทำหน้างงหมดแล้วนั่น” ตั้มรีบบอกเพื่อนทั้งๆ ที่ยังคงหัวเราะอยู่

“น้องนัสไม่เข้าใจตรงไหนคะ” สาวอวบถาม

“ไอ้ที่คุณกี้ตอบเมื่อกี้มันตลกตรงไหนเหรอคะ... ไม่เข้าใจอ่ะค่ะ” วีนัสตอบด้วยสีหน้าที่ดูเอ๋อๆ งงๆ

และด้วยใบหน้าแบบนี้ทำให้สองหนุ่มตั้มและโชคถึงกับทำท่าแต๋วแตกแล้วพูดออกมาพร้อมกันว่า “อั๊ยยะ! น่าร้อกอ่ะ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งซึ่งกี้ก็ได้ทีแกล้งหนุ่มสกินเฮดกลับทันทีด้วยการเปิดเผยความลับที่เขาไม่เคยให้ใครได้ล่วงรู้มาก่อนแต่เธอรู้...

“แหม... โชค เมื่อกี้แกทำท่าเดียวกับที่แกรู้ว่าแฟนเก่าแกจบมาจากโรงเรียนชายล้วนเลยนะ”

สิ้นเสียงของสาวเซอร์ทุกคนหันมาหาโชคด้วยท่าทีที่ตกใจแล้วพูดพร้อมกันว่า “จริงดิ๊!”

“ไอ้กี้... ไอ้ฟายยยยยย มึงพูดอะไรออกมา กูบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าพูดถึงหลุมดำกูอี๊กกกกก” หนุ่มสกินเฮดด่าเพื่อนเสียงดัง

“เฮ้ยโชค แกเป็นรุกหรือรับวะ แล้วแฟนเก่าแกนี่แปลงหรือยัง หรือว่ายังแต๊บอยู่ แล้วพวกมึงซัมบาดาเฮ้ไปหรือยัง” หนุ่มตี๋ถามขึ้นมาทันที

เจ้าของเรื่องก้มหน้างุดด้วยความอายพร้อมกับพูดพึมพำออกมาว่า “ไอ้กี้ จำไว้นะมึง”

จอยที่ยังหัวเราะอยู่ก็รีบหันมาถามดาราหน้าหวานทันที “เอ้อ ยังไม่ได้อธิบายให้น้องนัสฟังเลยใช่มั้ยคะ มุกที่กี้เล่นเลย คืองี้ค่ะ ฟายที่พวกเราพูดๆ กันก็คือ ควาย นั่นแหละค่ะ ที่กี้ตอบว่า Thank you and you มันก็คือคำพูดที่เวลาครูสอนอังกฤษเข้ามาสอนในห้องแล้วเด็กนักเรียนจะต้องตอบคำนี้หลังจากที่ครูพูดว่า fine พอจะเข้าใจมั้ยอ่ะคะ”

“ก็งงๆ นิดหน่อยอ่ะค่ะ... หมายถึงฟาย ที่แปลว่าควาย พ้องเสียงกับ fine ในภาษาอังกฤษใช่ป่ะคะ รู้สึกยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีแต่ก็ช่างมันเถอะค่ะ เมื่อกี้นัสว่ามันตลกที่สุดแล้ว หัวเราะจนเหนื่อยเลย”

กี้แอบมองดาราสาวที่หันไปคุยกับสาวอวบและสองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าจะเคยพบกันมาก่อนแล้วแต่ครั้งนี้เธอรู้สึกว่าดาราสาวดูผ่อนคลายลง และดูเหมือนจะเป็นคนที่ง่ายๆ และเข้ากับคนอื่นได้ง่ายมากกว่าที่เธอคิด

‘น่ารักดีแฮะ’ สาวเซอร์เอามือเท้าคางมองวีนัสที่กำลังลองตั๊กแตนทอดที่โชคซื้อมาด้วยใบหน้าที่กล้าๆ กลัวๆ

“อื้อๆๆ ขอถามหน่อยสิคะว่าทำไมคุณนัสถึงชื่อว่าวีนัส” สาวหมวยถาม “ดูท่าทางคุณนัสก็ไม่ใช่ลูกครึ่ง แต่ทำไมถึงได้ชื่อนี้ละคะ สองว่ามันดูแปลกดี”

“อุ้ย ถ้าเล่าให้ฟังแล้วอย่าขำนะคะ” วีนัสตอบ “คนอื่นๆ เค้าชอบเดากันไปเรื่อยๆ ว่าทำไมถึงชื่อว่าวีนัส แต่จริงๆ แล้วชื่อนี้ตั้งขึ้นมาได้ง่ายมากเลยล่ะค่ะ”

“ยังไงเหรอครับ” ตั้มถาม

“มันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลยค่ะ ก็แค่พ่อของนัสชื่อวีระชัย แม่ชื่อนัทรียา ตอนคลอดก็เลยเอาชื่อพอกับแม่มารวมกันแล้วก็กลายมาเป็นวีนัส”

“โห... ง่ายยิ่งกว่าโรยช็อคโกแลตบนทุ่งข้าวสาลีแล้วกลายเป็นโกโก้ครัชน์อีก” จอยพูดแล้วก็ทำให้ทุกคนขำออกมา “แต่ชื่อนี้ก็เก๋ดีนะคะ ไม่เหมือนใครดี”

“ตอนแรกๆ ก็ไม่ค่อยชอบหรอกค่ะ แต่ไปๆ มาๆ ก็เริ่มชิน” ดาราหน้าหวานตอบ “พ่อกับแม่บอกว่าให้คิดซะว่าเป็นเอกลักษณ์ของนัสก็แล้วกัน แล้วนัสก็ไม่เคยเปลี่ยนชื่อด้วย”

“ก็ดีนะคะเป็นชื่อของเทพด้วย สองว่าดีออก”

หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งพูดคุยกันอีกพักหนึ่งแล้วก็แยกย้ายกันกลับเข้าห้อง

ช่วงดึกของคืนนั้น...

“จอมอย่ามาพูดแบบนี้กับเรานะ! เราไม่ผิดสักหน่อย คนที่ผิดคือจอมต่างหากล่ะ” วีนัสพูดเสียงแข็งตอนนี้เธอนั่งอยู่มุมหนึ่งของสวนหย่อมของรีสอร์ท เธอหลบออกมาคุยโทรศัพท์ที่นอกห้องเพราะไม่อยากให้ซีน PR สาวของบริษัทอีกคนหนึ่งที่นอนห้องเดียวกับเธอรู้

“จอมเป็นอะไร ทำไมต้องโบ้ยว่าเราผิดตลอด นี่พวกเราอยู่กันคนละที่นะ เราผิดเหรอที่เรากลับมาอยู่ที่นี่ เราว่าจอมอย่ามาพูดเรื่องนี้ให้เสียเวลาดีกว่า” ดาราหน้าหวานยังพูดต่อไป ใบหน้าของเธอตอนนี้เครียดขึงเต็มไปด้วยความโกรธ

“แล้วจะให้เราทำยังไง จอมบอกมาสิว่าจะให้เราทำยังไง... จอมอย่าเงียบสิ จอม... จอม... ฮัลโหลๆๆ” จู่ๆ ปลายสายก็ถูกตัดไป ทำให้วีนัสรู้สึกแย่ขึ้นไปเป็นทวีคูณ

“โธ่เอ้ย! นี่มันอะไรกัน บ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ บ้าชะมัดเลย” ดาราสาวพูดออกมาด้วยความโกรธ พร้อมทั้งตะโกนคำว่า ‘บ้า’ หลายสิบครั้งใส่หน้าบุคคลที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในสวนหย่อมโดยที่เธอไม่รู้สึกตัว

“เฮ้ยคุณ! เป็นไรเนี่ย มาตะโกนด่าคนอื่นเค้าแบบนี้” คนที่เดินเข้ามาที่สวนก็คือกี้นั่นเอง

วีนัสทำท่าตกใจแล้วก็พูดออกมาเบาๆ ว่า “ขอโทษ”

สาวเซอร์เดินลงไปนั่งที่ม้าหินข้างๆ ดาราสาว เธอหยิบบุหรี่ออกมาซองหนึ่งพร้อมไฟแช็ค แล้วก็จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบมวนหนึ่ง เธอนั่งสูบไปเงียบๆ

“คุณ... ขอฉันมวนนึงสิ” ดาราหน้าหวานพูดหลังจากนั่งสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่ กี้เลิกคิ้วแต่ก็ยื่นบุหรี่ให้กับอีกฝ่ายตามคำขอแล้วจุดไฟให้

“คุณคงคิดสินะว่าคนอย่างฉันไม่น่าจะกินเหล้าแล้วก็สูบบุหรี่” วีนัสพูด

“เปล่าหนิ ฉันไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นซะหน่อย” สาวเซอร์ตอบ “ก็เหมือนอย่างที่ในการ์ตูนว่า คนเรามันก็เหมือนกับหอมใหญ่ มีหลายชั้น ชั้นนอกของคุณอาจจะดูเป็นดารานิสัยดี หน้าตาน่ารัก เรียบร้อย เหล้าไม่กินบุหรี่ไม่สูบ แต่พอลอกเปลือกนอกออก คุณที่อยู่ข้างในอาจจะไม่เหมือนกับด้านนอกก็ได้ เพราะงั้นฉันไม่คาดหวังหรอกนะว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน อยากจะให้ฉันเห็นคุณเป็นแบบไหน”

ดาราหน้าหวานยิ้ม “ก็ใช่นะ... การ์ตูนเรื่องอะไรเนี่ย”

“เชร็คไง” กี้ตอบพลางหัวเราะ “ท่าทางคุณจะเครียดหนักนะเนี่ย”

“อื้อ” วีนัสรับคำสั้นๆ “อะไรก็ไม่รู้ หาเรื่องทะเลาะได้ตลอดเวลา”

“แฟนเหรอ... ไม่ต้องตอบก็ได้นะ เพราะผู้จัดการส่วนตัวคุณห้ามไม่ให้พูดเรื่องส่วนตัว”

“อื้อ... แฟน เค้าอยู่ที่อเมริกาน่ะ แต่ช่วงนี้ทะเลาะกันทุกวันเลย” ดาราสาวหันไปมองคนข้างๆ “คุณมีแฟนหรือเปล่า”

สาวเซอร์ส่ายหน้า “เห็นเพื่อนๆ มีกันแล้วก็ปวดหัวแทน... ฉันว่าฉันอยู่คนเดียวน่ะดีแล้ว”

“เหรอ...” วีนัสรับคำแล้วก็อัดบุหรี่เข้าปอด “ทำไมคุยกันดีๆ ไม่ได้น้า”

“ถามฉันแล้วจะให้ฉันไปถามใครล่ะ” กี้พูดแล้วยื่นบุหรี่อีกมวนให้กับอีกฝ่าย “เอาอีกมั้ย หรือพอแล้ว”

“พอก่อนดีกว่า ไม่ได้สูบนานแล้วเดี๋ยวจะแย่... แล้วก็กลัวพี่ซีนรู้ว่าแอบออกมาสูบ ขอบคุณนะ” ดาราหน้าหวานพูดแล้วหันมายิ้มให้

“ขอบคุณทำไม ฉันยังไมได้ทำอะไรให้คุณสักหน่อย” สาวเซอร์ปฏิเสธแต่ก็ยิ้มให้แล้วก็ชวนอีกฝ่ายกลับห้อง

และเมื่อถึงวันงานที่สถาบันฯ จัดงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนและศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ของอำเภอแก่งกระจานที่ร่วมมือจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วันที่วีนัสมาร่วมงานนั้นเป็นพิธีปิดการอบรมนั่นก็หมายถึงว่าทีมของสถาบันฯ นั้นมาทำงานล่วงหน้าก่อนเธอระยะหนึ่งแล้ว

“คุณมาอยู่ที่นี่ได้กี่วันแล้ว” ดาราหน้าหวานกระซิบถามกี้

“ก็... ประมาณ 5 วันได้แล้วมั้ง...” คนที่ถูกถามตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร “ขอโทษทีนะคุณ ถ้าจะคุยก็ขอคุยไปด้วยทำงานไปด้วยนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ” วีนัสนั่งเท้าคางมองอีกฝ่ายที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกับกองเอกสารตรงไปด้วย ดูท่าทางของสาวเซอร์นั้นแตกต่างไปจากปกติที่เธอเคยเห็น ใบหน้ากวนๆ กับรอยยิ้มมุมปากที่เคยเห็นประจำแทนที่ด้วยความเงียบขรึมและจริงจังทำให้ผู้หญิงคนนี้ดูเท่ไปอีกแบบ

ระหว่างที่กำลังรอคิวขึ้นเวทีต่อจากการพูดคุยของกลุ่มชาวบ้าน จู่ๆ ก็มีกลุ่มเด็กๆ กลุ่มหนึ่งประมาณ 7 – 8 คนวิ่งเข้ามาที่โต๊ะที่กี้นั่งอยู่พลางส่งเสียงจอแจ

“เอาแล้ว... กี้ ลูกๆ มึงมา” โชคตะโกนบอกเพื่อนซึ่งคำพูดของเขาก็ทำให้ดาราสาวชะโงกหน้าไปมองที่ด้านข้างสาวเซอร์ทันที

เด็กๆ ชาย – หญิง หน้าตามอมแมมกลุ่มนี้เดินเข้ามาใกล้โต๊ะที่กี้ทำงานอยู่มากขึ้น หลังจากนั้นทั้งหมดก็ส่งเสียงดังขึ้นพร้อมกันเมื่อเห็นสาวเซอร์เงยหน้าจากกองเอกสารขึ้นมา

“อะมะ... เหม่งกะล่าบ่า (พี่สาว... สวัสดี)”

สาวเซอร์ยิ้ม “เหม่งกะล่าบ่า (สวัสดี)” แล้วเธอก็หันมากระซิบบอกวีนัสแล้วชี้ไปที่เป้ใบหนึ่งที่อยู้ข้างๆ ดาราสาวว่า “คุณๆ วานหยิบถุงขนมในกระเป๋าใบนั้นให้หน่อยสิ” 

“อื้อ ได้”

“เหน่เกาแยะลา (สบายดีมั้ย)” กี้ถามเด็กๆ และได้รับคำตอบออกมาว่า

“เหน่เกาบ่าแด่ (สบายดี)”

วีนัสนั่งมองอีกฝ่ายที่บอกให้เด็กแต่ละคนพูดภาษาไทยอย่างกระท่อนกระแท่นด้วยใบหน้ายิ้มๆ แล้วเธอก็หันไปหาสองที่เดินเข้ามาที่โต๊ะแล้วพูดว่า “วันนี้วันสุดท้ายแล้ว ถึงว่ามากันเยอะเชียว”

“น้องๆ กลุ่มนี้เป็นใครเหรอคะ” ดาราหน้าหวานถาม

“ลูกๆ ของผู้อพยพที่มาจากพม่าน่ะค่ะ ตรงนี้ก็ใกล้กับศูนย์อพยพพอสมควร ก่อนหน้าที่จะจัดงานพวกเราก็ลงไปเยี่ยมมา เด็กๆ เห็นว่าเรามีขนมก็เลยตามๆ กันมาที่นี่น่ะค่ะ”

“อ๋อค่ะ... ถ้างั้นเมื่อกี้คุณกี้ก็พูดภาษาพม่ากับพวกเด็กๆ ใช่มั้ยคะ”

“ค่ะ... กี้เค้าเคยไปอยู่ชายแดนพักนึง” สาวหมวยตอบแล้วหยิบถุงลูกอมถุงใหญ่ออกมาจากกระเป๋าเป้ของตัวเองออกมา “ฝากแจกให้น้องๆ ด้วยนะคะ แล้วก็ฝากบอกกี้ด้วยว่าอย่าเล่นนานเดี๋ยวงานไม่เสร็จ”

“ไม่ต้องฝากบอก ฉันได้ยินแกพูดน่า” สาวเซอร์ตอบแล้วหันไปหาวีนัส “คุณช่วยเอาขนมแจกให้เด็กๆ แทนได้มั้ย ก็อย่างที่สองว่า ถ้าลงไปแจกเองเดี๋ยวงานจะไม่เสร็จ”

ดาราหน้าหวานลุกจากเก้าอี้ทันทีพร้อมกับหิ้วถุงขนมและถุงลูกอมออกมาด้วย “คิดว่าคุณจะไม่ชวนซะแล้ว”

“หล่าเด่” เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่รับขนมจากวีนัสพูดขึ้นมา แล้วเด็กๆ ทุกคนก็พูดพร้อมกันว่า “โฮกป่าแด่... หล่าเด่”

ดาราสาวหันไปหากี้ทันที “คุณๆ น้องๆ เค้าพูดว่าอะไรน่ะ”

“น้องเค้าบอกว่าคุณสวย” สาวเซอร์ตอบ แต่สายตาของเธอยังคงมองที่เอกสารในมืออยู่

“ถ้าจะบอกว่าขอบคุณต้องบอกว่าอะไรเหรอ”

“เจซูติ่นบ่าแด่”

วีนัสหันมายิ้มให้กับเด็กๆ แล้วพูดตามสาวเซอร์ว่า “เจซูติ่นบ่าแด่ (ขอบคุณค่ะ)”

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาจับมือดาราหน้าหวานแล้วถามว่า “อะมะ หน่าแหม่บ่าแล (พี่สาวชื่ออะไรคะ)”

ดาราสาวหันไปหากี้ทันทีซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบออกมาด้วยความรวดเร็วราวกับรู้ใจเธอ “น้องเค้าถามว่าคุณชื่ออะไร”

“แล้วฉันต้องตอบว่าอะไรล่ะ”

“บอกชื่อแล้วตามด้วยคำว่า บ่า”

วีนัสชี้ไปที่ตัวเองแล้วพูดว่า “วีนัส บ่า (ชื่อวีนัสค่ะ)”

“อะมะ วีนัส หล่าเด่ (พี่วีนัสสวย)” เด็กๆ พูดประสานเสียงกันดังลั่นทำให้ทีมงานทั้งจากสถาบันฯ และบริษัทหันมามองแล้วยิ้มให้ ช่างภาพจากบริษัทรีบวิ่งเข้ามาถ่ายรูปทันทีและก็ขอให้ดาราสาวถ่ายรูปหมู่กับเด็กๆ

วีนัสเล่นอยู่กับเด็กๆ อยู่ได้ไม่นานก็ต้องขึ้นไปร่วมงานบนเวทีร่วมกับผู้จัดและประธานชุมชนอยู่พักใหญ่และร่วมถ่ายรูปกับสมาชิกที่เข้าร่วมอบรม เจ้าหน้าที่ประสานงาน และผู้จัดงานที่อยากจะถ่ายรูปร่วมกับดาราสาวชื่อดัง

ระหว่างทำงานไปด้วยกี้ก็แอบมองดาราหน้าหวานที่พูดคุยอยู่กับชาวบ้านอย่างไม่ถือตัว เธอยิ้มเมื่อได้ยินคำตอบจากวีนัสที่ตอบคำถามชาวบ้านที่ถามเธอว่า “มาที่นี่รู้สึกยังไง”

“สนุกค่ะ แล้วก็รู้สึกดีใจมากที่มาที่นี่ พวกพี่ๆ คือนัสของเรียกทุกคนว่าพี่ๆ นะคะ เพราะยังหนุ่มๆ สาวๆ กันทั้งนั้นเลย...” พูดจบก็ได้รับเสียงปรบมือด้วยความชอบใจ

ดาราสาวพูดต่อว่า “...แล้วก็น้องๆ ทุกคนน่ารักมากๆ เลยค่ะ แล้วนัสก็ได้เรียนรู้ในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่สำคัญต่อความเป็นอยู่ของพวกเราแล้วก็สิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ ถ้ามีเวลามากกว่านี้นัสก็อยากเข้าอบรมกับทุกๆ คนด้วยค่ะ”

“เข้าใจตอบแฮะ” สาวเซอร์พูดกับตัวเองเบาๆ

งานปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปหมู่ของทีมงานทั้งหมดโดยที่วีนัสยืนอยู่ตรงกลางขนาบข้างด้วยตัวแทนผู้จัดงานของภาคีและประธานชุมชน หลังจากนั้นเธอก็โดนคนนั้นดึงไปทางโน้นทีทางนี้ทีแต่ดูเหมือนเธอจะไม่มีท่าทีปฏิเสธกลับแสดงให้เห็นว่าเธอรู้สึกสนุกไปเสียด้วยซ้ำ

“เป็นไงคะ เหนื่อยมั้ย” สองยื่นขวดน้ำให้กับดาราสาวที่กำลังเช็ดเหงื่อบริเวณใบหน้าอยู่

“นิดหน่อยค่ะ แต่ก็สนุกดี... คุณสองต้องทำงานในที่แบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”

สาวหมวยยิ้ม “ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ เพราะแต่ละพื้นที่ แต่ละสถานที่ก็แตกต่างกัน มีปัญหาแตกต่างกัน บางที่ก็น่ารักแบบนี้ บางที่ก็แบบ... อยากจะขอเอาเท้าลูบหน้าสักทีสองที”

วีนัสหัวเราะร่วนแล้วเปิดขวดน้ำขึ้นดื่มแล้วสอดส่ายสายตามองหากี้ที่กำลังยืนคุยกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เป็นผู้ประสานงานในพื้นที่แล้วก็เดินมาสมทบกับเธอที่ยืนคุยกับสองอยู่

“มีน้ำเหลืออีกมั้ยอ่ะ กว่าจะคุยเรื่องรายงานกันรู้เรื่องเล่นเอาคอแห้งเลย” สาวเซอร์พูดพลางลูบคอตัวเอง

“หมดแล้วอ่ะ ขวดสุดท้ายเพิ่งให้คุณนัสไปเมื่อกี้เค้าเอง” สองตอบ

“ว้า...”

ดาราสาวยื่นขวดน้ำให้อีกฝ่ายทันที “ยังกินไม่หมดค่ะ รังเกียจมั้ยละคะ”

กี้รับขวดน้ำแล้วยกขึ้นดื่มทันที แสดงให้เห็นว่าเธอไม่รังเกียจที่จะกินน้ำต่อจากดาราสาวเลยแม้แต่น้อย และอีกไม่กี่อึดใจต่อมาตั้มก็เดินเข้ามาหาพวกเธอแล้วพูดว่า

“เสร็จงานแล้ว คืนนี้ไปโต้รุ่งเถอะ อยากจะหาอะไรหรูๆ กินสัก 20”

ทุกคนหัวเราะแล้วก็แยกย้ายกันขึ้นรถเพื่อกลับไปพักผ่อนที่รีสอร์ทก่อนที่จะออกมาท่องราตรีแบบบ้านๆ ณ ตลาดโต้รุ่งภายในตัวอำเภอ

...

“คุณเป็นอะไรไป ทำเดินก้มหน้าแบบนั้นล่ะ” กี้ถามวีนัสที่เดินก้มหน้างุดอยู่ข้างๆ

“ก็มีแต่คนมองฉันแล้วก็ซุบซิบกันน่ะสิ”

“อ้าว... ก็คุณเป็นดาราไม่ใช่เหรอ คนเค้าก็มองกันน่ะสิ ไม่เห็นจะแปลกเลย”

ดาราหน้าหวานถอนหายใจ “มันก็ใช่ แต่ว่า...”

“แต่ว่าอะไร...” ก่อนที่สาวเซอร์จะพูดต่อไปอยู่ๆ ก็มีกลุ่มเด็กนักเรียนเดินเข้ามาใกล้แล้วถามคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอว่า

“ใช่พี่วีนัสหรือเปล่าคะ”

“ช... เอ่อ... ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่” ดาราสาวรีบปฏิเสธทันที

“ว้า... ไม่ใช่จริงๆ เหรอคะ แต่พี่หน้าเหมือนพี่วีนัสมากเลยนะคะ” หนึ่งในเด็กนักเรียนพูดต่อ

“ไม่ใช่คะ ขอตัวนะคะ” วีนัสรีบคว้าแขนกี้เดินออกจากกลุ่มเด็กนักเรียนด้วยความรวดเร็ว

สาวเซอร์งงกับท่าทางของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก และก็งงมากขึ้นไปอีกเมื่อเธอก็ได้รับคำขอร้องจากดาราหน้าหวานว่า

“คุณ... ช่วยอะไรฉันหน่อยสิ อย่าเรียกชื่อฉัน... อย่าเรียกชื่อวีนัสต่อหน้าคนอื่นตอนที่ไม่ใช่เวลางานได้มั้ย”

“ทำไมอ่ะ”

“คือว่า... ฉันไม่ค่อยอยากจะให้คนอื่นรู้ว่าฉันเป็นดารา”

กี้ทำหน้าไม่เข้าใจ “หมายถึงเป็นดาราแต่เฉพาะในงาน แต่นอกงานไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเป็นดารางั้นเหรอ”

“ฮื่อ”

“เฮ้ย! นี่คุณจะบ้าเหรอ หน้าตาก็พะยี่ห้อว่าเป็นดาราอยู่แล้ว ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย”

“ก็ฉันไม่อยากให้พวกคุณต้องลำบากใจแล้วก็เสียเวลาช่วงที่กำลังพักผ่อนไง... ฉันเป็นพวกที่ปฏิเสธคนไม่เก่งนะ เมื่อกี้ก็เกือบหลุดคำว่าใช่ออกมาแล้ว ถ้าฉันบอกว่าฉันเป็นดาราพวกเค้าก็จะยิ่งเข้ามาหาฉันกันมากขึ้น ยิ่งพอมีคนมามุงกันเยอะๆ พวกคุณก็ยิ่งต้องเสียเวลารอฉันอีก ฉันก็เลยไม่อยากให้พวกคุณต้องลำบากใจที่มีฉันมาด้วยก็เท่านั้นเองแหละ”

“ไม่อยากให้พวกฉันลำบากใจ หรือว่าคุณไม่อยากให้คนอื่นมายุ่งกับคุณกันแน่” สาวเซอร์ถามพลางจ้องหน้าดาราสาวด้วยสายตาสงสัย

วีนัสไม่ตอบแล้วก็หลบตาอีกฝ่าย

“ไม่อยากให้คนอื่นมายุ่งกะคุณแหงๆ” กี้พูด

ดาราหน้าหวานไม่ตอบแล้วรีบเดินไปหาสองกับจอยที่เดินอยู่ด้านหน้าทันที ทิ้งให้ยืนกี้ทำหน้างงๆ อยู่หน้าร้านขายขนมหวาน

เมื่อวีนัสยืนเลือกซื้อผลไม้อยู่นั้น แม่ค้าก็ร้องทักเธอขึ้นมาตามอย่างที่เธอคาด “น้องวีนัสใช่มั้ยคะ”

“เอ่อ... ไม่ใช่ค่ะ” ดาราสาวตอบ

“พี่ว่าใช่แน่ๆ เลย น้องวีนัสแน่ๆ เลย”

“ม... ไม่ใช่ค่ะ”

“จะไม่ใช่ได้ยังไง พี่จำหนูได้นะ พี่ดูละครที่หนูเล่นทุกตอนเลย หนูเล่นดี๊ดี ร้องไห้เก๊งเก่ง” ว่าแล้วแม่ค้าก็รีบควานหากระดาษกับปากกาเพื่อจะขอลายเซ็น

“ดาว ซื้อของเสร็จยัง” เสียงของสาวเซอร์ดังขึ้นด้านหลังของวีนัส

ดาราสาวทำหน้างงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา กี้จึงพูดต่อว่า “ซื้ออะไรอ่ะ เสร็จยัง”

“ก... กำลังซื้อผลไม้”

แม่ค้าเงยหน้ามามองสาวเซอร์ “เมื่อกี้น้องเรียกคนนี้ว่าอะไรนะคะ”

“ก็... ดาวไงคะพี่ เพื่อนหนูเองชื่อดาว” กี้ตอบ

“ไม่ใช่วีนัสที่เป็นดาราเหรอ”

“วีนง วีนัสอะไรละพี่ ยัยนี่ชื่อดาว แค่คนหน้าเหมือนน่ะ” สาวเซอร์พูดแล้วก็รับถุงผลไม้ที่อีกฝ่ายซื้อมาถือ “ถ้ายัยคนนี้สวยได้อย่างดาราก็คงดี เสียดายที่โหนกแก้มสูงกับหน้าเงือกไปนิด”

ดาราหน้าหวานมองค้อนคนที่ยืนข้างๆ เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เธอจ่ายเงินแล้วก็รีบเดินออกมา

“เมื่อกี้คุณเรียกฉันว่าอะไรนะ”

“ก็ได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอ ดาวไง... คุณบอกเองนี่ว่าไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเป็นดารา”

“ก็ใช่... แล้วชื่อดาวมาจากไหนเหรอ” วีนัสถาม

กี้ยักไหล่แล้วตอบว่า “วีนัสแปลว่าดาวศุกร์ แล้วก็มีชื่อเรียกอื่นๆ อีกว่า ดาวรุ่ง ดาวประจำเมือง ดาวประกายพรึก ถ้าในนิยายน้ำเน่าก็จะเรียกว่าดาวพระศุกร์ ขึ้นต้นว่าดาวทั้งนั้นก็เลยเอามาเรียกคุณไง... คุณดาววีนัส”

“คุณนี่ทำไมชอบพูดกวนจังเลย อธิบายนิดเดียวก็รู้เรื่องแล้ว” ดาราหน้าหวานพูด “แต่ก็... ขอบคุณนะที่ช่วย แล้วก็เข้าใจฉัน”

“ช่วยน่ะช่วยได้ แต่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่แฮะ” สาวเซอร์ตอบ “กลับกันเถอะ”

“อื้อ...” วีนัสยิ้มแล้วเดินตามอีกฝ่ายไปที่จุดนัดพบเพื่อกลับที่พัก





 

Powered by EzPortal
    ต้นฉบับในเว็บไซต์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้แต่งต้นฉบับที่นำมาลง
    copyright © Yuriread.com All rights reserved.