web stats

ข่าว

+-User

Welcome, Guest.
Please login or register.
 
 
 
Forgot your password?
ปัญหาการสมัครสมาชิก
วิธีเปลี่ยนสถานะเป็นนักเขียน
วิธีลงนิยาย
วิธีใช้งานบอร์ด

+-สถิติการใช้งาน

Members
Total Members: 880
Latest: Levitra5a
New This Month: 0
New This Week: 0
New Today: 0
Stats
Total Posts: 1553
Total Topics: 886
Most Online Today: 27
Most Online Ever: 186
(14 มีนาคม 2020 เวลา 14:00:42 )
Users Online
Members: 0
Guests: 9
Total: 9

ผู้เขียน หัวข้อ: Hidden Agenda Chapter 1  (อ่าน 2177 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ nuffy

  • Moderator
  • ขาจร
  • *****
  • กระทู้: 93
Hidden Agenda Chapter 1
« เมื่อ: 25 มกราคม 2014 เวลา 08:18:10 »

Synopsis:

“กีรติ” หรือ “กี้” สาวเซอร์อารมณ์ติสต์ ผู้ชื่นชอบเพลงเพื่อชีวิตและเพลงสากลยุค 60s – 70s เป็นชีวิตจิตใจ ทำงานอยู่หน่วยงานกึ่งรัฐด้านการพัฒนาชุมชนเป็นคนที่มีเอกลักษณ์และเป็นตัวของตัวเองมากจน สายป่าน นักเขียนบทภาพยนตร์ของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งสนใจจนนำคาแรกเตอร์ของเธอมาเขียนเป็นตัวละครตัวหนึ่งในหนังเรื่องใหม่ของบริษัท
 
“วีนัส” หรือ “นัส” ดาราสาวหน้าใหม่ของบริษัทที่สายป่านทำงานอยู่ เธอเป็นคนไทยที่เรียนอยู่ต่างประเทศมาเกือบ 10 ปี มีผลงานทั้งโฆษณา MV และละครมากมาย บริษัทกำลังจะปั้นเธอให้เป็นดาวดวงใหม่ แต่เธอมีปัญหาอยู่ที่บุคลิกของเธอสามารถสวมบทบาทได้เพียงแค่สาวเรียบร้อย นุ่มนิ่ม เท่านั้น
 
เจ้าของบริษัทต้องการให้วีนัสพลิกบทบาทของตัวเองที่รับบทแสดงของเธอเอง บทคาแรคเตอร์ที่สายป่านเขียนโดยเอากี้เป็นต้นแบบนั้นจึงถูกส่งมาให้กับเธอ และเพื่อที่จะให้เข้าถึงบทบาทวีนัสจึงจำเป็นต้องทำความรู้จักกับกี้ ต้นแบบของคาแรคเตอร์นั้น...


Chapter 1

รถตู้ป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานครกำลังแล่นมุ่งตรงไปที่อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ในรถคันนี้ประกอบด้วยบุคคล 6 ชีวิต (รวมคนขับรถ) ชาย 3 คน และหญิง 3 คน ปลายทางของพวกเขาและเธอคือบ้านทองสัมฤทธิ์ สถานที่พักของทุกคนในคืนนี้และตลอดอีก 1 สัปดาห์ที่เหลือนับจากวันนี้

“จะมีใครแวะเข้าปั้มซื้อของมั้ยครับ ปั้มสุดท้ายแล้ว” พี่ชิด หนุ่มใหญ่ผิวสองสีวัยกลางคน สารถีรถตู้ถามหนุ่มๆ สาวๆ ที่นั่งอยู่ด้านหลัง

“แวะเลยค่ะพี่ชิด หนูจะเข้าเซเว่น” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น เธอคนนี้เป็นคนเชื้อสายจีน รูปร่างสูงโปร่ง ตาชั้นเดียวกลมใสราวกับใส่บิ๊กอาย ผิวคล้ำแดด

“ได้เลยครับ” โชเฟอร์ตอบรับ

“สอง... แกจะเข้าไปซื้ออะไรในเซเว่นวะ ของกินก็ออกจะเยอะแยะ” ตั้ม หนุ่มตี๋ที่นั่งอยู่แถวที่สองถามเพื่อนร่วมงาน

“ซื้อบัตรเติมเงินน่ะ ตังค์ในมือถือจะหมดแล้ว”

“เออๆ ซื้อให้ด้วยดิ” จอย สาวผิวขาวรูปร่างอวบพูด

“พูดแบบนี้พี่กะไม่ลงไปกับหนูใช่ป่ะเนี่ย”

“เออ... ไม่รู้จะซื้ออะไรว่ะ ใช่มะตั้ม” สาวร่างอวบพยักพเยิดไปทางด้านหลัง ซึ่งหนุ่มตี๋ก็พยักหน้ารับพร้อมกับโชค หนุ่มผมสกินเฮดผิวเข้มที่พยักหน้ารับพร้อมกับพูดออกมาว่า

“งั้นฝากซื้อของในนี้ด้วยก็แล้วกัน” เขายื่นกระดาษโน้ตให้สาวหมวย “เอาแสตมป์มาด้วยนะ เดี๋ยวพี่จะไปเข้าห้องน้ำ”

สองรับกระดาษมา เมื่อเห็นรายการในกระดาษโน้ตก็ขมวดคิ้ว “โห ของเยอะขนาดนี้แล้วหนูจะขนยังไงละเนี่ย พี่โชคโหดกะหนูไปป่ะคะ”

“เฮ้ย ไม่โหดๆ ก็ให้กี้ลงไปช่วยไง” หนุ่มสกินเฮดชี้นิ้วไปด้านหลังไปที่หญิงสาวท่าทางเซอร์ๆ รูปร่างสูง ผิวสีน้ำผึ้ง ผมยาวหยักศก ริมฝีปากบางๆ อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์พร้อมแจ็กเก็ตแบบฮู้ดดี้ เธอคนนี้กำลังนอนหลับพร้อมๆ กับใส่หูฟังไปด้วยท่ามกลางกองสัมภาระที่พวกเขาขนมาด้วย

“เฮ้ย... ไอ้ตัวแสบตื่น!” ตั้มพูดพลางดึงขากางเกงคนที่นอนอยู่เบาะหลังสุด

ด้วยแรงดึงพร้อมๆ กับตัวรถที่กำลังเบรคจึงทำให้สาวเซอร์ที่กำลังหลับอยู่ทะลึ่งพรวดไปด้านหน้าแล้วลงไปกองกับพื้นรถตู้โดยทันที

“โอ้ยยยยยยย... อะไรกันวะเนี่ย!” และแล้วเสียงบ่นก็ตามมาจากปากของหญิงสาวที่มีนามว่ากี้

ทุกคนในรถหลุดขำก๊ากออกมาด้วยเสียงอันดังแทนที่จะมีเสียงถามไถ่ถึงความเป็นห่วง เพราะท่าล้มของสาวเซอร์นั้นเป็นท่าล้มพับเพียบพร้อมกับพนมมือประหนึ่งเธอกำลังจะก้มลงกราบพระบนพื้นรถตู้ที่เต็มไปด้วยข้าวของต่างๆ นาๆ

กี้ค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นมาจากพื้นรถลงไปนั่งที่เดิมแล้วถอดหูฟังออก “มีอะไรกันอ่ะเนี่ย” เธอถามสมาชิกคนอื่นๆ

“เดี๋ยวจะแวะปั้ม แกลงไปช่วยสองซื้อของหน่อยดิ”

“เออได้... ทีหลังถ้าจะปลุกก็ปลุกให้มันดีๆ หน่อย เมื่อกี้เจ็บโคตร” สาวเซอร์พูดขณะที่ปรายตาไปมองหนุ่มตี๋ คนที่ดึงขากางเกงของเธอ

“โทษที... ก็แค่กลัวว่าแกจะไม่ตื่นเท่านั้นเองก็เลยต้องใช้กำลังกันนิดหน่อย”

“แบบนี้แถวบ้านไม่เรียกว่านิดแล้วว่ะ เค้าเรียกว่าจงใจประทุษร้ายกันเห็นๆ” กี้พูดต่อพลางถอดเสื้อฮู้ดดี้ออก “นี่ถ้าไม่ติดว่าแกเป็นผู้ชายนะ ฉันจะเข้าไปชกสักตุ้บสองตุ้บ”

“อะไร แกจะทำไมนะ” ตั้มหันมาถาม “อย่างแกเนี่ยนะจะชกฉัน”

“เออ แต่ฉันไม่ทำหรอกเว้ย เพราะพ่อกะแม่ฉันสอนมาว่าไม่ให้ทำร้ายผู้ชาย มันไม่แมน”

เสียงหัวเราะดังขึ้นมาอีกครั้งจากสมาชิก เพราะจู่ๆ สาวเซอร์ก็ยิงมุกแบบหน้าตายโดยที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัว ที่หัวเราะออกมาเป็นเพราะว่าจริงๆ แล้วมันไม่ขำอะไรเลย แต่ด้วยสีหน้าที่จริงจังของคนพูดจึงทำให้ขำออกมาโดยไม่รู้ตัว

“จะถึงปั้มแล้วนะครับ” เสียงพี่ชิดดังแทรกเสียงหัวเราะขึ้นมาทำให้สมาชิกทั้งหมดตื่นตัว และเมื่อรถจอดสนิทคนที่ลงมาจากรถคนแรกก็คือจอยที่วิ่งตรงไปที่ห้องน้ำ (ไหนบอกว่าไม่ลงไง) ตามมาด้วยสาวหมวย สองหนุ่ม และปิดท้ายด้วยสาวเซอร์

“กี้จะเข้าห้องน้ำก่อนหรือเปล่า” สองถามเพื่อนร่วมงาน

หญิงสาวเจ้าของชื่อส่ายหน้า “ซื้อของเสร็จก่อนแล้วค่อยเข้าก็ได้ แกรีบเติมตังค์มือถือก่อนเถอะ เดี๋ยวคนที่รอโทรศัพท์อยู่จะงอนแย่” กี้พูดยิ้มๆ ซึ่งก็ทำให้อีกฝ่ายหน้าร้อนขึ้นมาทันที

“อ... อื้อ” ว่าแล้วสองสาวก็รีบสาวเท้าเขาไปในร้านสะดวกซื้อ

ขณะที่สาวหมวยกำลังเติมเงินในโทรศัพท์มือถือ สาวเซอร์ก็เดินไปหยิบตะกร้าพร้อมกับเดินไปรอบๆ เพื่อหยิบสินค้าที่อยู่ในกระดาษโน้ตใส่ลงไป ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มประจำกายนั่นคือเครื่องดื่มบำรุงกำลังยี่ห้อหนึ่ง

“อ้าวกี้ ทำไมแกกินอันนี้ล่ะ แกชอบคาราบาวไม่ใช่เหรอ ทำไม่ไม่กินของที่พี่แอ๊ด คาราบาวโฆษณาล่ะ” สาวอวบที่เสร็จกิจจากห้องน้ำแล้วเดินเข้ามาสมทบถามกี้

“ก็ขอลุงแอ๊ดมีวิตามินบี 1 ถึง บี 12 มันมีประโยชน์เกินไป ของมีประโยชน์ไม่ชอบกินว่ะ”

“ก็เลยกินอันนี้แทนว่างั้น”

“ถูกต้องนะค้าบบบ”

สองเดินเข้ามารับตะกร้าเพื่อนำไปคิดเงินซึ่งเธอเองก็ใส่ขนมและของใช้ส่วนตัวลงไปเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง และระหว่างที่รอจ่ายเงินจอยและสาวเซอร์ก็เดินไปที่มุมนิตยสาร

“อุ้ย น้องนัสน่ารักจังเลย” สาวอวบพูดพลางหยิบนิตยสารเล่มหนึ่งที่หน้าปกเป็นดาราสาวหน้าตาดีคนหนึ่งขึ้นมาดู

“นัส... ใครอ่ะ” กี้ถามด้วยความสงสัย

“อะไรกันวะ น้องเค้าออกจะดัง แกไม่รู้จักเลยเหรอ... นี่ไงๆ น้องวีนัส น้องที่เล่นเป็นนางเอกเรื่องรักสุดขอบฟ้าไง” ว่าแล้วจอยก็ยื่นนิตยสารเข้าใกล้ใบหน้าของเพื่อนสาว

สาวเซอร์พิจารณาถึงดาราที่อยู่บนหน้าปก ดาราสาวหน้าใส โครงหน้าหวานๆ รับกับดวงตากลมโต และจมูกที่โด่งสวยแบบสาวเอเชีย ผิวขาวเนียนแบบคนไทย ไม่ดูวิ้งเหมือนใช้ครีมไวท์เทนนิ่งหรือกลูตาไธโอน รูปร่างบอบบาง ในรูปนี้เธออวดรอยยิ้มหวานๆ พร้อมกับฟันสวยๆ ให้กับกล้องและคนที่กำลังหยิบนิตยสารเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน

“เหรอ...”

“อะไรวะ แกน่าจะเคยเห็นไม่ใช่เหรอ น้องเค้าเล่น MV กะโฆษณาตั้งเยอะแยะ หน้าตาก็น่ารัก นิสัยก็ดีด้วยล่ะ น้องเค้าชอบกินสลัดปลาทูน่า อาหารไทยก็แกงเขียวหวาน ขนมก็เป็นพุดดิ้งกะไอติมวนิลา เคยอยู่ที่อเมริกามาก่อน เรียนจบจากที่นั่นด้วย” สาวอวบพูดต่อไป

“ไอ้เคยก็เคยเห็นอยู่แหละ แต่...อื้อหือฉันละทึ่งแกจริงๆ ว่ะรู้เรื่องน้องคนนี้ไปหมดเลย นี่แกรู้จักเป็นการส่วนตัวด้วยเหรอวะ”

“เปล่า ก็ดูข่าว Gossip ไง ไม่เคยดูหรือยังไงวะ ทีวีปูไลค์กะดาวกระเจิงอ่ะ”

“หึ... ไม่อ่ะ ไม่ได้อยากรู้เรื่องชาวบ้านถึงขนาดนั้น”

“ย่ะคุณกีรติ... ฉันรู้อยู่ว่าแกต้องพูดแบบนี้ นี่... เอาจริงๆ นะแกว่าน้องนัสน่ารักมั้ยล่ะ ฉันชอบน้องเค้าเพราะเค้าน่ารักนี่แหละ”

“อื้อ ก็น่ารักดี แต่ทำไมชื่อวีนัสล่ะเนี่ย ชื่อนี้มันอย่างกะตัวละครในเรื่อง... เรื่องอะไรน้า... อ้ะ! เซเลอร์มูนไง! เซเลอร์วี... เซเลอร์วีนัส... จำได้และแบบนี้ๆ มนต์แห่งวีนัส จงสำแดงฤทธิ์ทรา ณ บัดนี้” สาวเซอร์พูดพลางทำท่าแปลงร่างตามที่จำได้ในการ์ตูน

“ไอ้บ้า ชื่อน้องเค้าออกจะเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร มีแต่แกนั่นแหละพิลึกที่คิดไปถึงเซอร์เลอร์มูน” สาวอวบร้องเสียงแหววแล้วก็หยิบนิตยสารเล่มใหม่จากชั้นออกมาแล้วเอาเล่มที่ถืออยู่วางลงไป

“กวนประสาทนักนะแกเนี่ย ไม่รู้แหละฉันจะซื้อไปอ่าน”

เมื่อกี้เห็นอีกฝ่ายเดินห่างออกไปได้ประมาณสองก้าว เธอก็ร้องเรียกแล้วชี้นิ้วไปที่เพื่อนสาวแล้วพูดว่า

“ฉันสัมผัสได้ว่าแกโดนพลังของเซเลอร์วีนัสเข้าครอบงำซะแล้ว... พลังรัศมีดาวศุกร์! โอ้ย!”

โชคเอาขวดน้ำตีหัวเพื่อนร่วมงาน “กูก็สัมผัสได้ว่ามึงกลายเป็นโรคติงต๊องเพราะสมองกระทบกระเทือนบนรถเมื่อกี้ว่ะ เร็วดิเว้ย กูรออยู่นานแล้ว” สรรพนามเริ่มเปลี่ยนเมื่อเห็นอีกฝ่ายติสต์แตก

“รอพวกกูหรือรอแสตมป์จากไอ้สองวะ” สาวเซอร์พูดพลางเอามือลูบบริเวณที่โดนตี “เจ้าสัวซีพีเค้าคงดีใจเนอะที่มีลูกค้าขั้นเทพ ซื้อของต้องได้แสตมป์”

“กูจะเอาไปแลกของพรีเมี่ยมกับเป็นใบเบิกทางเป็นเจ้าของร้านเว้ย”

“ของพรีเมี่ยมอะไรของมึงวะ อย่างกล่องข้าวเนี่ยซื้อที่ไหนก็ได้ราคาถูกกว่ากันตั้งเยอะ กูไม่เห็นอยากจะใช้ของที่มีตราเซเว่นเลยอ่ะ ส่วนเป็นเจ้าของร้านแค่มึงโทรไปหาคอลเซ็นเตอร์กะจ่ายเงินให้เค้าก็เป็นได้แล้ว ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้”

“มันมีคุณค่าทางจิตใจเว้ย” หนุ่มสกินเฮดเถียง

“อ้ะเหรอ...”

“ถามหน่อยเหอะว่าของในนี้มีอะไรที่มึงเห็นว่ามีคุณค่าทางจิตใจกะมึงมั่ง” โชคถามต่อ

กี้เงียบไปนิดหนึ่ง เธอใช้มือจับที่ปลายคางอย่างครุ่นคิดแล้วก็ตอบออกมาว่า “อันนั้น” เธอชี้ไปที่ป้ายคัตเอ้าท์หน้าร้านที่มีรูปพรีเซ็นเตอร์ชายหญิงวางคู่กันอยู่

คนถามและเพื่อนสาวอวบทำหน้างง “มีคุณค่าทางจิตใจกะมึงตรงไหนวะกี้”

“ตอนเข้าห้องน้ำ”

“ห๋า... ทำไมวะ” จอยถาม

“ตอนนี้ประตูห้องน้ำที่บ้านเสีย ล็อคไมได้ แถมมีบางช่วงที่ท้องผูกอึไม่ค่อยออกต้องนั่งนาน นั่งจ้องพวกนี้ไปคงได้ฟิลดี เผลอๆ อาจจะถ่ายได้คล่องกว่าเอาหนังสือไปนั่งอ่านอ่ะ”

เพื่อนทั้งสองอึ้งกับคำตอบของสาวเซอร์ แล้วหนุ่มสกินเฮดก็ถามขึ้นมาอีกว่า “เอารูปผู้ชายเข้าไปไว้ในห้องน้ำเหรอวะ”

“เปล่า ผู้หญิงต่างหาก ใครจะไปนั่งจ้องผู้ชายตอนกำลังอึล่ะ อึไม่ออกพอดี เป็นผู้หญิงด้วยกันก็ว่าไปอย่าง”

“โอ้ย คุยกะแกแล้วปวดหัวว่ะ บทจะดีก็ดี บทจะติสต์ก็ติสต์กระจาย ไปจ่ายเงินก่อนล่ะ” สาวอวบบ่นแล้วเดินจากไป

“ไปมั่งดีกว่า” โชคพูดขึ้นมาบ้างแล้วปล่อยให้เพื่อนสาวยืนอยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง

หลังจากที่สมาชิกขึ้นรถกันแล้วพี่ชิดก็หันมาถามคนที่นั่งด้านหลังว่า “ขึ้นมากันครบแล้วใช่มั้ยครับ”

“ยังค่ะ กี้ยังไม่ได้ขึ้นมา” สองตอบ

“ไปไหนของมันวะเนี่ย” ตั้มบ่นพร้อมๆ กับสอดส่ายสายตาออกนอกหน้าต่างหลังจากนั้นก็ส่งเสียงร้องออกมาว่า “เฮ้ย!”

“เป็นไรวะ” หนุ่มสกินเฮดถามเพื่อนที่นั่งข้างๆ แล้วก็ส่งเสียงออกมาตามเพื่อนว่า “เฮ้ย!” เช่นเดียวกัน

และเมื่อสาวเซอร์เดินมาถึงที่รถเธอก็ทำให้ทุกคนคนรถร้องออกมาว่า “เฮ้ย!” กันอย่างพร้อมเพรียง

ภาพที่พวกเขาเห็นก็คือกี้แบกป้ายคัตเอ้าท์สองพรีเซ็นเตอร์ที่หน้าร้านติดมือมาด้วย พร้อมๆ กับร้องบอกให้พี่ชิดช่วยเก็บเปิดท้ายรถเพื่อนำไปเก็บอีกด้วย

“แกจะเอามาทำไมวะ” สาวหมวยถาม

“เอาไปไว้ที่บ้าน เอาไปเฝ้าบ้าน” สาวเซอร์ตอบเสียงเรียบ

“แล้วแกไปเอามาได้ยังไง” หนุ่มตี๋ถามบ้าง

“ก็เดินไปขอที่เคาน์เตอร์สงสัยพวกเค้าก็เห็นว่ามันใกล้พังแล้ว อีกอย่างใกล้จะหมดโปรโมชั่นแล้วมั้งเค้าก็เลยให้มา” กี้ตอบพลางดูรายชื่อเพลงในเครื่องเล่น MP3

สมาชิกทุกคนมองหน้ากันแบบงงๆ แล้วพวกเขาก็มองตาและยิ้มให้กันเมื่อได้ยินเสียงของสาวเซอร์ที่ดังมาจากเบาะหลังพูดว่า “ราตรีสวัสดิ์”

“คืนนี้ต้องนอนที่นี่หรือวะเนี่ย” ตั้มพูดด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ

“อ... อื้อ” จอยตอบรับด้วยเสียงสั่นๆ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทั้ง 6 คน ของสถาบันพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน องค์กรกึ่งรัฐด้านพัฒนาชุมชนกำลังยืนอยู่หน้าบ้านใต้ถุงสูงหลังหนึ่งที่ทางหมู่บ้านจัดเตรียมไว้ให้พวกเขาและเธอได้พักกันตลอดหนึ่งสัปดาห์ มันเป็นบ้านไม้ที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างวัดและหมู่บ้าน ถึงแม้น้ำไฟจะมีพร้อมแต่บรรยากาศโดยรอบดูน่ากลัวนิดๆ

“เอาเหอะ ขนของกันดีกว่า” โชคพูดแล้วเดินขึ้นบันไดไปคนแรก

ช่วงระหว่างที่กำลังขนของลงจากรถตู้อยู่นั้นกี้ก็ถามสองขึ้นมาว่า “สอง... จริงๆ แล้วงานเปิดตัวโครงการนี้มันก็แค่วันเดียวเองไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพวกเราต้องมาเตรียมงานก่อนล่วงหน้าด้วยล่ะเนี่ย”

“ก็นายสั่งมาแบบนี้ ไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกัน” สาวหมวยพูด

“แกเข้าประชุมในวันที่ฉันไม่อยู่ไม่ใช่เหรอ บอกมาเหอะน่าว่าทำไมพวกเราถึงต้องมาล่วงหน้าก่อนคนอื่นๆ เค้า” สาวเซอร์พูดพลางยกกระเป๋าแล็ปท็อปส่งให้เพื่อนร่วมงาน

“มันมี Hidden Agenda น่ะ”

“มีเบื้องลึก เบื้องหลังด้วย... แล้วมันอะไรล่ะ”

“จะว่ายังไงดีล่ะ... คือวันที่เปิดตัวน่ะจะมีพวกพนักงานกับดาราบางคนของบริษัท GNN มาแจมด้วยน่ะสิ”

“GNN... บริษัททำหนัง ทำละคร กับเพลงนั่นอ่ะเหรอ”

“อื้อ ใช่แล้ว พอดีว่าเค้าทำโครงการ CSR น่ะ พวกเค้าก็เลยกลายมาเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ของเราไปโดยปริยาย งานนี้เป็นงานแรกที่เค้าจะเปิดตัวว่าเค้าเป็นคนสนับสนุนด้วย ก็เลยให้พวกเรามาเตรียมงานก่อนล่วงหน้าไง”

“จะให้มาพรวนดินกับโรยผักชีไว้ให้ก่อนแล้วค่อยมากินว่างั้น” กี้พูดออกแนวประชดเล็กน้อย

“ก็... ประมาณนั้นแหละ”

เมื่อขนของลงจากรถเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดก็จัดของๆ ตนเอง บ้านหลังนี้มีห้องนอน 2 ห้อง ห้องโถง 1 ห้อง โดยที่ห้องน้ำจะอยู่ด้านนอกตัวบ้าน พวกเขาและเธอจัดแจงแยกห้องนอนฝั่งชายและฝั่งหญิง ก่อนหน้าที่ทั้งหมดจะมาชาวบ้านได้เข้ามาทำความสะอาดและเครื่องนอนหมอนมุ้งไว้ให้ก่อนเรียบร้อยแล้ว บรรดาสาวๆ เมื่อจัดของเสร็จก็รวมกลุ่มกันไปอาบน้ำ ส่วนหนุ่มๆ ก็รออยู่บนบ้าน หลังจากที่พักผ่อนกันแล้วทุกคนก็ออกเดินไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านเพื่อทานอาหารเย็นตามคำเชิญชวน และก่อนที่จะกลับออกมาที่พักอีกทีนั้นก็ได้รับคำพูดที่ค่อนข้างจะขนลุกบอกมาว่า

“ถ้าได้ยินหรือเห็นอะไรที่แปลกๆ ก็อย่าทัก อย่าพูดก็แล้วกันนะ”

ทุกคนได้แต่มองหน้ากันแล้วเดินกลับบ้านพักไปแบบเงียบๆ และเมื่อตั้มปิดประตูบ้านและลงกลอนเรียบร้อยแล้ว จู่ๆ ฝนก็กระหน่ำลงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“เซ็งเลย อะไรวะเนี่ย” หนุ่มสกินเฮดบ่นอุบ “อ้ะ ไอ้กี้ ขอหนึ่งผลงานเพลงหน่อยดิ” เขายื่นกีต้าร์ให้เพื่อนสาวที่นั่งข้างๆ

สาวเซอร์รับกีต้าร์มา “เอาเพลงอะไรอ่ะ”

“เพลงอะไรดีวะ... เอาเพลงที่เข้ากับบรรยากาศตอนนี้ก็ได้” โชคตอบ

“งั้นเอาเพลงนี้”

“เพลงอะไรวะ”

“ยิ้มกลางสายฝนของวงโฮป” สาวเซอร์ตอบ

สาวอวบหัวเราะ “แกนี่คอเพลงเพื่อชีวิตจริงๆ เลย นะเนี่ย”

“อ้ะ ก็คนมันชอบนี่หว่า จะฟังป่ะเนี่ย”

“ฟังเสียงแกก็คงจะดีกว่าฟังเสียงฝนละเว้ย ร้องมาๆ จบเพลงนี้ป๋าจะจัดเกาหลีให้สักเพลงเพราะพี่ชิดเค้าชอบฟังเพลงเกาหลี ” หนุ่มตี๋พูด

สาวเซอร์พูดออกมาว่า “ตั้ม... แกพูดนี่ดูหน้าพี่ชิดหน่อยดิ แกเห็นมั้ยว่าตอนนี้พี่ชิดทำหน้าแบบว่า... มึงถามกูหรือยังว่ากูชอบเพลงเกาหลีอ่ะ” พูดจบทุกคนก็หันไปมองหน้าโชเฟอร์แล้วก็หัวเราะออกมา เพราะหน้าของพี่ชิดบ่งบอกว่าเป็นอย่างที่กี้พูดจริงๆ

ทั้ง 6 คนนั่งดีดกีต้าร์ร้องเพลงไปพักหนึ่งก็แยกย้ายกันเข้านอนเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาตลอดทั้งวัน

----

หญิงสาวผมยาวใส่แว่นนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดพลางเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างท่ามกลางเสียงพูดคุยของคนอื่นๆ ภายในรถตู้ เธอกำลังคิดถึงงานที่เธอได้รับมอบหมายมาล่าสุด งานที่เธอทำมาตลอดหลังจากเรียนจบนั่นก็คืองานเขียนบทภาพยนตร์ของบริษัท GNN บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านบันเทิง บทภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่กำลังอยู่ในระหว่างการวางแผนงานตอนนี้ยังไม่ลงตัวทั้งๆ ที่มีข้อมูล มีพล็อตก็มีอยู่แล้ว แต่ติดอยู่ตรงที่บทและคาแรคเตอร์ของเพื่อนสนิทนางเอกของเรื่องนี่สิที่คิดยังไงก็ยังคิดไม่ตกว่าควรจะเป็นอย่างไรดี

“จะทำยังไงดีเนี่ย ใกล้เส้นตายเข้ามาแล้วด้วย” สาวแว่นบ่นกับตัวเองขึ้นมาเบาๆ

“ป่าน... กินขนมมั้ย” หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ยื่นถุงมันฝรั่งทอดให้

“อื้อ ขอบคุณนะ” สาวแว่นรับถุงขนมแล้วนั่งกินไป 2 – 3 ชิ้นแล้วส่งคืนเจ้าของเดิม

สาวแว่นคนนี้คือ ป่าน หรือ สายป่าน นักเขียนบทภาพยนตร์กำลังเดินทางพร้อมกับทีมงานและดาราชาย – หญิงไปยังอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธรเพื่อร่วมงานอนุรักษ์ป่าชุมชนเทือกเขาภูพานน้อยที่บริษัทร่วมมือกับสถาบันพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน เธอตามมาด้วยเพราะอยากจะเปลี่ยนบรรยายกาศและหาแรงบันดาลใจที่จะเขียนบทต่อไป

ทีมงานของบริษัทจะเข้าพักที่โรงแรมในตัวเมืองก่อนที่จะออกเดินทางไปที่หมู่บ้านในเช้าตรู่ของวันถัดไป สาวแว่นยังคงคิดไม่ตกกับคาแรคเตอร์ของตัวละครตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ ถึงจะมีพล็อตอยู่ในใจแต่ทำยังไงก็เขียนออกมาเป็นตัวหนังสือไม่ได้สักที อาการสมองตันแบบนี้คงอยู่เป็นอาทิตย์แล้ว

“บ้าชะมัดเลย คิดไม่ออก หมองตันๆ เฮ้อ” ป่านล้มตัวลงนอนบนเตียง

เช้ามืดของวันต่อมาสมาชิกของบริษัท GNN ก็เดินทางออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้าตรู่ไปที่บ้านทองสัมฤทธิ์สถานที่ๆ จัดงานในวันนี้และยิ่งใกล้โรงเรียนประถมอันสถานที่จัดงานมากเท่าไหร่ก็เห็นชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นเดินทางไปทางเดียวกับพวกเขากันหนาตามากขึ้นเท่านั้น

“เดี๋ยวพวกเราจะเข้าไปพักที่ห้องสมุดของโรงเรียนกันก่อนนะคะ แล้วก็พอถึงเวลาค่อยไปที่ลานหน้าโรงเรียนกัน” แจน PR สาวห้าวบอกกับสมาชิกทุกคนอันประกอบไปด้วย ติ๊ก ดาราชายหน้าทะเล้น เอ ดาราสาวหน้าเกาหลี เบส นักร้องหนุ่มคิ้วเข้ม สายป่าน ผู้จัดการดารา ช่างแต่งหน้า และช่างภาพ

สมาชิกทุกคนพยักหน้ารับทราบ และเมื่อรถตู้จอดทั้งหมดก็เดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ของสถาบันฯ ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“สวัสดีค่ะคุณแจน สองค่ะ” สาวหมวยแนะนำตัวกับ PR สาว

“ค่ะคุณสอง เตรียมงานซะเรียบร้อยเลยนะคะ” แจนพูด

“พอบอกว่ามีคนนอกจะมาเยี่ยม พวกคุณลุง คุณป้าที่นี่เค้าก็ดีใจกันใหญ่เลยค่ะ ก็เลยช่วยเตรียมงานกันสุดใหญ่ เชิญทุกคนนั่งก่อนนะคะ งานวันนี้ตามตารางที่ส่งให้เลยค่ะ เดี๋ยวรอประธานในพิธีมากล่าวเปิดแล้วก็เริ่มกิจกรรมกันได้เลยค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ... เอ้อ เมื่อวันก่อนแจนโทรเข้าไปที่ออฟฟิศคุณสอง เห็นเค้าบอกว่าคุณสองกับทีมออกมาเตรียมงานที่นี่ก่อนล่วงหน้าใช่ป่ะคะ”

“เอ่อ... ค่ะ สองกับทีมออกมาเตรียมงานที่นี่ แล้วก็อยู่ที่นี่ได้เกือบอาทิตย์แล้วล่ะค่ะ”

สายป่านเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของสาวหมวย ‘อยู่ที่นี่มาเกือบอาทิตย์แล้วงั้นเหรอ นานแฮะ’

“จริงเหรอคะ แล้วอยู่กันยังไงอ่ะคะ” ดาราสาวหน้าเกาหลีส่งเสียงถาม

“ก็... ชาวบ้านเค้ายกบ้านหลังนึงให้พวกเราอยู่กันน่ะค่ะ”

ดาราชายหน้าทะเล้นพูดขึ้นมาบ้าง “น่าสนุกจัง อยากอยู่แบบนั้นบ้าง”

สองทำหน้าเจื่อนๆ “เอ่อ... ค่ะ”

สมาชิกจากบริษัท GNN รู้สึกสงสัยกับใบหน้าของสาวหมวย แต่ก่อนที่พวกเขาจะถามอะไรต่อก็มีชายหญิงคู่หนึ่งหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาวางในห้องสมุด สองคนนั้นคือโชคและกี้นั่นเอง

“หมดหรือยังวะ” สาวเซอร์ถามเพื่อน

“เหลือกล่องของที่ระลึกอีก 2 ใบ” หนุ่มสกินเฮดพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

“นี่ต้องกลับไปอีกเหรอเนี่ย! บอกแล้วไงว่าขอให้พี่ชิดเอารถเข้าไปขนแกก็ไม่ยอมเชื่อ” กี้พูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

“ก็พี่ชิดเค้าไม่อยากไปแล้วนี่นา อย่าบ่นได้มั้ยเล่า อย่างกะฉันอยากไปงั้นแหละ”

ก่อนที่สาวเซอร์จะก้าวเท้าออกจากห้องสมุด เธอก็หันมามองที่ติ๊กและเอ สองดาราที่มองเธออยู่แล้วก็พูดขึ้นมาว่า “อ้าว ลงมาจากรถได้ยังไง จำได้ว่าไม่เคยเอาลงมานี่นา”

สองดาราทำหน้าตกใจ สาวหมวยเห็นดังนั้นจึงรีบพูดว่า “ไม่ใช่นะกี้ อันนี้ตัวจริง ไม่ใช่ป้ายที่แกไปยกมาจากหน้าเซเว่นซะหน่อย”

“อ้าวเหรอ ถึงว่าทำไมชุดไม่เหมือน” สาวเซอร์พูดเสียงเรียบแล้วก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับโชค แต่ผลจากคำพูดของเธอก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องสมุดทำหน้างง

“เค้าเป็นอะไรเหรอคะ” ดาราสาวหน้าเกาหลีถาม

“เอ่อ คืองี้ค่ะพอดีว่าก่อนหน้าที่จะมาที่นี่กี้เค้าไปขอป้ายคัตเอ้าท์ที่คุณติ๊กกับคุณเอเป็นพรีเซนเตอร์จากเซเว่นมาได้อ่ะค่ะ สองเองก็ไม่รู้ว่าเค้าจะเอาไปทำอะไรเหมือนกัน เมื่อกี้เค้าคงเล่นมุกกับพวกคุณก็เลยพูดไปแบบนั้น ขอโทษก็แล้วกันนะคะ... ยัยคนนี้เค้าชอบเล่นมุกแบบมึนๆ หน้าตายๆ แบบนี้ล่ะค่ะ อย่าถือสาเลยนะคะ” สาวหมวยรีบแก้ตัวแทนเพื่อน

“อ๋อ” สมาชิกที่เหลือในห้องพูดออกมาเกือบพร้อมกัน

ช่วงเวลาไม่กี่อึดใจต่อมาหนุ่มสกินเฮดก็วิ่งหน้าตั้งพร้อมกับกล่องขนาดกลางใบหนึ่งเข้ามาในห้องสมุด เมื่อมาถึงเข้าก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นด้วยอาการหอบอย่างรุนแรง

“พี่โชคเป็นอะไร! หนีใครมาอ่ะ” สองที่กำลังอธิบายรูปแบบงานให้กับดาราอยู่ก็ตกใจ

“ส... สิ่งที่แกก็รู้ว่าเป็นอะไร” โชคตอบพลางหอบแฮ่ก

“ร... เหรอ เฮ้ยพี่! แล้วกี้ล่ะ” สาวหมวยถามอีก

“เออช่าย มันไปไหนวะ”

ร่างของผู้ถูกพาดพิงปรากฏตัวขึ้นที่ขอบประตู ในอ้อมแขนของเธอก็มีลังกระดาษขนาดกลางพร้อมกับเป้อีก 1 ใบที่สะพายหลังมา “กูอยู่นี่... แมนนักนะมึง ปล่อยให้กูอยู่ในนั้นคนเดียวแล้วหนีมาแบบนี้”

“ก็กูกลัวนี่”

“แล้วมึงคิดว่ากูไม่กลัวหรือยังไงวะ” สาวเซอร์ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบประตู “ทิ้งไม่ทิ้งเปล่า เสือกล็อคประตูด้วยนะมึง กว่าจะออกมาได้แทบตาย”

“ใครล็อค” หนุ่มสกินเฮดถามเสียงหลง

“ก็มึงไง ล็อคประตูไม่ให้กูออก”

“กี้... กูไม่ได้ล็อค” โชคพูดเสียงสั่น

เมื่อสิ้นเสียงของหนุ่มสกินเฮด สมาชิกทุกคนที่อยู่ภายในห้องสมุดก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก สาวเซอร์นั่งนิ่งอยู่พักหนึ่งก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วยกกล่องของไปวางไว้รวมกับของชิ้นอื่นๆ ที่นำมาวางก่อนหน้านี้

“เฮ้ยโชค... ลุกๆ อย่าอู้ไปทำงานได้แล้วไป รีบทำจะได้เสร็จไวๆ จะได้รีบกลับ” กี้พูดพลางลากคอเสื้อเพื่อนร่วมงานให้ยืนขึ้น

“เออๆๆ ก็ได้” โชคลุกขึ้นยืนแล้วนำกล่องที่ตนเองถือมาไปวางกองรวมกับของอื่นๆ “เฮ้ยกี้!”

“อะไร”

“พ่อมึงมา” ว่าแล้วเขาก็ชี้นิ้วไปนอกหน้าต่าง ด้านนอกนั้นคือรถตู้คันหนึ่งที่เข้ามาเทียบจอด หลังจากนั้นก็มีชายและหญิงวัยกลางคนค่อยๆ ทยอยกันลงมา หนึ่งในนั้นมีชายวัยกลางชาวต่างชาติที่รูปร่างเหมือนผู้พันแซนเดอร์ มาสค็อตของร้าน KFC เดินลงมาสมทบด้วย ท่าทางรถคันนี้จะเป็นรถของผู้บริหารสถาบันฯ และรถของผู้นำท้องถิ่นที่เดินทางมาเปิดงาน

“ชิหายแล้ว จะมาทำไมวะเนี่ย” สาวเซอร์พูดพลางหลบหลังเพื่อน “สอง... ทำไมลุงนี่มาด้วยอ่ะ”

“เราก็ไม่รู้เหมือนกัน... สงสัยนายชวนมามั้ง ได้ยินว่ายังไม่กลับประเทศนี่” สาวหมวยตอบ

“ไม่รู้แหละขอหลบก่อนละกัน ไปก่อนนะ” กี้พูดแล้วรีบเดินออกไปนอกห้องเมื่อเห็นกลุ่มคนเหล่านั้นกำลังตรงเข้ามาที่ห้องสมุด

เมื่อผู้บริหารเข้ามาก็ส่งเสียงทักทายดาราและพนักงานของบริษัททั้งหมดคุยกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะเดินออกไปที่ลานหน้าโรงเรียน สายป่านเดินเข้าไปสะกิดสอง

“คุณสองคะ... ผู้หญิงที่ชื่อกี้นี่เป็นเจ้าหน้าที่ของที่นี่เหรอคะ”

“ค่ะ... กี้เป็นเจ้าหน้าที่ของสถาบันฯ ทำไมเหรอคะ”

“สงสัยน่ะค่ะว่าทำไมต้องหลบคุณจิมด้วย” สาวแว่นพูดหมายถึงผู้พันแซนเดอร์ที่มีชื่อจริงๆ ว่ามิสเตอร์จิม สก็อต

“พอดีว่าทางสถาบันฯ เคยมีโปรเจ็คร่วมกับหน่วยงานของคุณจิมน่ะค่ะ แล้วกี้เคยไปนั่งแปลภาษาให้คุณจิมฟัง ดูเหมือนคุณจิมจะชอบกี้ก็เลยติดแจ ชอบในที่นี้หมายความว่าเวลาที่กี้แปลเค้าจะแปลสั้นๆ ได้ใจความ บางทีก็จะอธิบายเพิ่มให้เข้าใจมากขึ้นน่ะค่ะ คุณจิมคงจะชอบ เวลามาที่สถาบันฯ ทีไรก็จะถามหากี้อย่างเดียว พวกเราก็เลยเรียกกันว่าพ่อกี้”

“อ๋อค่ะ... เห็นกวนๆ เซอร์ๆ แบบนี้ก็เก่งเหมือนกันนะคะเนี่ย” สาวแว่นว่า

“ก็ค่ะ มีแต่คนพูดว่าบุคลิกกี้เค้าไม่ค่อยเข้ากับความสามารถ ประมาณว่ากี้เค้าจะติสต์ๆ เซอร์ๆ กวนๆ แต่จริงๆ แล้วเค้าเก่งค่ะ พี่โชคเคยบอกว่าถ้าเดินตามถนนจะดูไม่รู้เลยว่ากี้ทำงานอะไร คนเค้าจะคิดว่ากี้เป็นแม่ค้าขายเครื่องประดับ หรือแม่ค้าขายเสื้อผ้าแนวเพื่อชีวิต เร็กเก้ จำพวกบ๊อบ มาร์เล่ย์ หรือเช กูวารา ตามตรอกข้าวสารน่ะค่ะ เห็นแบบนี้นะคะ สองขอบอกเลยว่าเมื่อก่อนกี้เคยอยู่ตำแหน่ง Country coordinator ของ NGO ที่มีสาขาในเมืองไทยเลยนะคะ แต่พอเค้าย้ายฐานไปประเทศอื่นกี้เลยออกมาทำงานกับพวกเราแทน”

“อื้อหือ ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” สายป่านส่งเสียงในลำคอ

“แต่บุคลิกเค้าเป็นแบบนี้ บางทีก็ทำอะไรตามในตัวเองก็เลยไม่ค่อยมีคนเชื่อล่ะค่ะว่าเค้าเป็นคนมีการศึกษา หว๋าย ขอโทษทีค่ะ สองพูดแรงไปนิด” สาวหมวยพูดออกมาแบบขำๆ ทำเอาคนฟังหัวเราะตาม

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ป่านเห็นด้วยอย่างที่คุณสองว่า” ว่าแล้วสองสาวก็มองตรงไปข้างหน้า

ภาพที่สองและสายป่านเห็นคือภาพของสาวเซอร์ที่กำลังขึ้นช่วยชาวบ้านเข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยหม้อ กระทะ กะละมังไปยังพื้นที่ๆ จัดไว้สำหรับโรงครัวเพื่อเลี้ยงอาหาร หลังจากนั้นก็วิ่งเอาเอกสารไปให้กับผู้ใหญ่บ้าน สาวหมวยหลุดขำออกมาเมื่อเห็นกี้วิ่งไปจ๊ะเอ๋กับมิสเตอร์จิมที่กำลังเดินไปที่ลานกว้างอยู่ ใบหน้าเจื่อนๆ ของสาวเซอร์ที่ถูกคุณลุงผมเกรียนสีทอง ใส่แว่น มีหนวด พุงพลุ้ยกอดนั้นตลกมาก และหลังจากนั้นเป็นต้นมากี้ก็ไม่สามารถหลุดจากวงโคจรของผู้พันแซนเดอร์ได้อีกเลยจนกระทั่งจบงาน




ออฟไลน์ nuffy

  • Moderator
  • ขาจร
  • *****
  • กระทู้: 93
Hidden Agenda Chapter 1(continued...)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 25 มกราคม 2014 เวลา 08:19:09 »
Chapter 1 (continued...)

“ซวยชะมัดเลย” กี้เดินหอบกล่องอุปกรณ์ที่ใช้ในงานมาวางไว้ที่ศาลาอเนกประสงค์ของโรงเรียน สถานที่ๆ ใช้เป็นที่ทานอาหารกลางวันของผู้บริหาร ดาราและพนักงานจากบริษัท GNN และสถานที่รวบรวมของที่เหลือจากการใช้งานก่อนที่จะขนขึ้นรถ

“เฮ้ยกี้! เค้าว่ากันว่าพวกแกที่ล่วงหน้ามาก่อนเจอผีกันเหรอ” เนม สาวตัวเล็ก เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสถาบันฯ ที่รับหน้าที่คอยดูแลสมาชิกจากบริษัท GNN ต่อจากสองถามเมื่อเห็นสาวเซอร์เดินนำของเข้ามาวาง

“ใครบอก” สาวเจ้าของชื่อถามกลับ

“ก็เห็นจอยกับตั้มบอกมาอ่ะว่าเจอ พี่ชิดเองก็เจอ เห็นว่านอนกันไม่ได้เลยเหรอ”

“อื้อ” กี้ตอบรับสั้นๆ

“เล่าได้ป่ะ อยากรู้ๆ” สาวตัวเล็กถามด้วยความใคร่รู้ เสียงของเธอเรียกความสนใจจากเหล่าดารา สายป่าน และสมาชิกของสถาบันฯ คนอื่นๆ ที่อยู่แถวนั้นได้มากโข

สาวเซอร์เหลียวซ้ายแลขวาแล้วพูดว่า “ย... ยังเล่าไม่ได้”

“ทำไมอ่ะ”

“ก็เค้า... เค้า...” เสียงของกี้สั่นเทา

“เค้าไหน อะไร” เนมถาม

“ก็เค้าที่แกถามถึงยืนเกาะหลังแกอยู่นั่นไง อ้ากกกก อย่านะ ม่ายยยยย” พอสาวเซอร์พูดจบทุกคนที่อยู่ที่ศาลาอเนกประสงค์ก็แตกฮือไปคนละทิศละทางพร้อมส่งเสียงวี้ดว้ายไปด้วย

หลังจากที่แต่ละคนกระจัดกระจาย เสียงหัวเราะก็ดังขึ้น เสียงนั้นมาจากกี้ ซึ่งเจ้าตัวปล่อยก๊ากออกมาพลางเอามือกุมท้องไปด้วย “ฮะๆๆๆๆๆ ขำว่ะ ฮะๆๆๆ โอ้ย ปวดท้อง”

“แกล้งเค้าเหรอ!” สาวตัวเล็กพูดเสียงดังเมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนร่วมงาน เสียงของเธอทำให้กลุ่มคนที่แตกฮือกลับมารวมตัวได้อีกครั้ง

“ก็แค่พูดเล่น ไม่คิดว่าจะกลัวกันจริงๆ นี่นา”

“ไอ้บ้า... คนยิ่งกลัวๆ อยู่นะเว้ย!” เนมว่าเพื่อน “จอยกับตั้มเล่ามาซะน่ากลัวเลยอ่ะ ฉันก็อยากเพิ่มรู้ว่ามันมีอะไรอีกก็เลยมาถามแกนี่ไง ดันโดนแกล้งซะได้ เฮอะ”

กี้ที่ยังคงส่งเสียงหัวเราะอยู่ก็เงียบลงทันที แล้วร้องเรียกเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า “เนม”

“อะไร! อย่าคิดนะว่าคราวนี้แกจะแกล้งอะไรฉันอีกได้น่ะ”

“เนม”

“อะไรอีกเล่า” เจ้าของชื่อหันกลับมาด้วยความรำคาญ

เมื่อเห็นเพื่อนหันมาแล้ว สาวเซอร์เอาไฟฉายกระบอกเล็กที่ติดกระเป๋าส่องใต้คางของตัวเองพูดด้วยพร้อมกับพูดด้วยเสียงแหบต่ำว่า

“I see dead people”

“ไอ้กี้!” สาวตัวเล็กร้องด้วยความโมโห เธอพยายามหาของขว้างไปหาเพื่อนแต่ก็หัวเราะไปด้วย ทำให้ทุกคนขำออกมาพร้อมกัน

“กี้ พ่อมา!” เสียงของเพื่อนร่วมงานผู้ชายอีกคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อสาวเซอร์หันไปมองก็เห็นมิสเตอร์จิมกำลังเดินเข้ามาตรงจุดที่เธอยืนอยู่

“ไม่นะ ม่ายยยยย ไปดีกว่า” ว่าแล้วกี้ก็รีบวิ่งออกจากศาลาอเนกประสงค์ไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน

สาวเซอร์กลับมาที่ศาลาอเนกประสงค์อีกครั้งพร้อมกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป เธอเปิดเครื่องแล้วรีบพิมพ์ข้อความไปอย่างรวดเร็ว สองที่เดินตามหลังมาก็วางจานข้าวเอาไว้ข้างๆ ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เพื่อนพร้อมกับหยิบเอกสารขึ้นมาตรวจ สองสาวทำงานด้วยกันแบบเงียบๆ แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะทำงานรับ – ส่งกันเป็นอย่างดีแม้จะไม่พูดอะไรกันเลยก็ตาม บางครั้งก็จะมีเจ้าหน้าที่บางคนเดินเข้ามาคุย มาถามพวกเธอบ้างซึ่งส่วนใหญ่สาวหมวยจะเป็นคนตอบ แต่ถ้าสองติดขัดอะไรกี้จะเป็นคนตอบแทนเพื่อน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ทำงานตรงหน้าต่อไป ท่าทางที่จริงจังขณะทำงานของสาวเซอร์ดูผิดไปจากท่าทางกวนประสาทจากเมื่อเช้าและก่อนหน้านี้มาก สายป่านนึกถึงใบหน้าที่จริงจังของกี้ขณะที่กำลังแปลภาษาอยู่ข้างๆ ผู้พันแซนเดอร์ หลังจากนั้นก็นึกขำกับท่าทางของเธอที่แกล้งเนม

‘เป็นคนที่น่าสนใจดีแฮะ ใช้ได้ๆ น่าจะเอามาเป็นเพื่อนสนิทของพริมได้’ สาวแว่นคิด พริมในที่นี้ก็คือนางเอกของบทภาพยนตร์ที่เธอกำลังเขียนอยู่ ซึ่งก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับสองอยู่พอประมาณ เธอรู้สึกประทับใจกับท่าทางที่สองสาวทำงานอยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก

สายป่านมองกี้ที่นั่งพิมพ์งานไปกินข้าวไปด้วยความสนใจ เธอคิดว่าเธอได้คาแรคเตอร์ของตัวละครที่เธอกำลังคิดไม่ตกว่าจะเขียนอย่างไรได้แล้ว

 

Powered by EzPortal
    ต้นฉบับในเว็บไซต์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้แต่งต้นฉบับที่นำมาลง
    copyright © Yuriread.com All rights reserved.