Yuri-Read

รายชื่อนักเขียน A- Z => n-ew => เธอคือ...ลมหายใจ => ข้อความที่เริ่มโดย: n-ew ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2014 เวลา 12:38:36

หัวข้อ: ตอนที่ ๑๔
เริ่มหัวข้อโดย: n-ew ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2014 เวลา 12:38:36
ตอนที่ ๑๔

   สองคนนอนกอดก่ายกัน จนหลับใหลอย่างเป็นสุข รู้สึกตัวตื่นอีกทีตอนเช้ามืด เมื่อเสียงนาฬิกาส่งเสียงปลุก ต่างคนต่างลุกจากที่นอน แข่งกันทำภารกิจของตัวเอง เพื่อการขึ้นไปชมภูทอก ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเชียงคาน และเป็นที่ๆ อิงฟ้าต้องการจะถ่ายรูปมากที่สุด เช้านี้เธอเลยไม่มีการอิดออดที่จะลุกจากที่นอน เมื่อสายธารสะกิดให้ลุก เธอแทบจะกระโดดลงจากเตียงเลยด้วยซ้ำ
   
เมื่อทั้งคู่ลงมาถึงด้านหน้าโรงแรม คนขับรถที่นัดแนะกันไว้มารออยู่ก่อนแล้ว การเดินทางไปภูทอก จึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตี5 ของวันใหม่ รอบข้างระหว่างทางไปยังมืดสนิท อากาศค่อนข้างหนาวเย็น เนื่องจากฝนที่ตกหนักเมื่อคืน
   
ในที่สุดสายธารและอิงฟ้า ก็ขึ้นมาถึงภูทอกอันเลื่องชื่อ และโชคดีที่เมื่อคืนฝนตก ทำให้เช้านี้มีหมอกหนาทึบ สมกับเป็นทะเลหมอกจริงๆ ทำให้อิงฟ้าได้ถ่ายรูปสมใจ
   
ภูทอก ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองเชียงคาน เป็นเพียงภูเขาลูกเล็กๆ แต่ภูทอกแห่งนี้ก็มีเสน่ห์ที่เป็นจุดชมวิว ชมความงามของแม่น้ำโขง เมืองสานะคามของลาว และแก่งคุดคู้ได้อย่างชัดเจน และเสน่ห์ยิ่งกว่านั้นของภูทอก ในฤดูฝนและฤดูหนาวจะถูกปกคลุมไปด้วยผ้าห่มหมอก หากได้มองจากยอดภูทอกจะเห็นเป็นทะเลหมอกได้แบบรอบทิศเลยทีเดียว ซึ่งผู้คนที่มาถึงเชียงคานมักไม่พลาดที่จะไปชื่นชมความงามกัน
 
“สวยจังค่ะ...”สายธารโอบกอดอิงฟ้าจากด้านหลัง เฝ้ามองหาแสงแรก ของเช้าวันใหม่ด้วยกัน
“ดีใจที่สุด...ที่วันนี้มีพี่มาอยู่ตรงนี้กับอิง”อิงฟ้าหันไปหอมแก้มที่แนบอยู่ข้างๆ อย่างรู้สึกดี
“พี่ก็ดีใจเหมือนกันค่ะ”สายธารบอก ก่อนจะหอมกลับคืนไปฟอดใหญ่ๆ พร้อมอ้อมแขนที่กระชับแน่นกว่าเดิม
“แสงแรกมาแล้วค่ะพี่ธาร อิงขอถ่ายรูปก่อนนะคะ”อิงฟ้าบอกอย่างดีใจ ก่อนจะหันไปหยิบกล้องออกมา ถ่ายภาพแสงแรกของเช้าวันใหม่ ที่ค่อยๆ แย้มลอดกลีบเมฆหมอกออกมาให้เห็น ช่างเป็นภาพที่สวยงาม สมกับการรอคอยเสียเหลือเกิน

สายธารถอยห่างออกมาเล็กน้อย แล้วใช้กล้องจากมือถือของเธอถ่ายภาพของอิงฟ้า ซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับการถ่ายภาพวิวข้างหน้า รอยยิ้มอย่างเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้า ผุดขึ้นบนใบหน้าของสายธาร ผู้ที่เฝ้ามองคนรักอย่างไม่รู้จักเบื่อ แม้ว่าเธอจะเพิ่งบอกรักอิงฟ้าไป แต่เธอรู้ตัวเองดีว่าเธอได้มอบหัวใจรัก ให้กับอิงฟ้าไปนานแล้ว แล้วหัวใจรักของเธอที่มีอิงฟ้ามาเติมเต็ม มันมีอิงฟ้าอยู่ในนั้นจนเกินร้อยไปแล้วด้วยซ้ำ

สองคนชื่นชมความงดงามยามเช้าบนยอดภู แม้ไม่มีดวงอาทิตย์โผล่ออกมาให้เห็น แต่แสงที่ลอดออกมาก็งดงาม จนทำให้หัวใจรักเบ่งบาน แข่งกับยอดหญ้าที่ปลิวไสวโต้แรงลม
พอสายๆ หน่อยฝนเริ่มโปรยปรายลงมา ทั้งๆ ที่แสงแดดพยายามแหวกม่านหมอกออกมาได้ไม่นาน กลับถูกเมฆหมอก บดบังจนมืดมิด คนขับรถเลยต้องรีบเร่งพาสองสาวเดินทางกลับ ก่อนที่ฝนจะตกหนักจนทำให้การเดินทางลงจากยอดภูยาก ลำบากกว่าเดิม

ดูเหมือนสายฝนจะไม่ได้ทำให้ความงดงามของเมืองเล็กๆ ริมฝั่งโขงแห่งนี้ด้อยลงสักนิด ตรงข้ามกลับเป็นเชียงคานที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา สองเรี่ยรายทางดูเพลินตา ไปด้วยต้นข้าวอ่อนๆ สีเขียวขจี กำลังแข่งกันเติบโตคับแปลงนา สายลมสายฝนที่หยาดหยดด้วยแล้ว ทำให้พวกมันแลดูระริกระรี้ดั่งต้นข้าวเต้นระบำ แข่งขันกันในท้องทุ่ง ทัศนียภาพที่กระจ่างตาแบบนี้ หาดูไม่ได้ง่ายๆ อิงฟ้าจัดเก็บรายละเอียดทุกอย่างที่เห็น ไว้ในกล้องคู่ใจของเธอ เพื่อแบ่งปันให้ผู้คนได้เห็น ผ่านฝีมือการถ่ายภาพของเธอ และเมื่อเธอเอามันลงตีพิมพ์ในหนังสือ เธออยากให้คนที่เห็นรูปภาพของเธอแล้ว มีความรู้สึกอยากเดินทางมาดูด้วยตาตัวเอง เหมือนอย่างที่เธอได้พบเจอ

ในที่สุดทั้งสองคนก็ได้เวลาอำลาเมืองเล็กๆ ที่มีความทรงจำดีๆ กลับไปด้วย ณ ที่แห่งนี้เป็นที่ๆ ทำให้ทั้งสองคนได้เป็นคนๆเดียวกัน รถของโรงแรมพาทั้งสองคน เดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่ตัวจังหวัดเลย เพื่อบินตรงเข้ากรุงเทพฯ
“ดูทำหน้าเข้า ไว้ปีหน้าเราค่อยมาอีกก็ได้ค่ะ มาฉลองครบรอบการเป็นวัยรุ่นของพี่ไง”สายธารพูดกลั้วเสียงหัวเราะ เมื่อเห็นอิงฟ้าทำท่าอาลัยอาวรณ์กับเมืองเล็กๆ แห่งนี้
“จริงๆ นะคะ อิงรักพี่ธารจัง”อิงฟ้าแนบหน้ากับแขนของสายธาร สีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลึกๆ แล้วเธอไม่อยากกลับเพราะอยากจะอยู่กับสายธารมากกว่า ตลอดเวลาที่เธออยู่ที่นี่ เธอมีความสุขมาก จนไม่อยากอยู่ห่างจากคนที่เธอรักแม้สักวินาทีเดียว

ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงกรุงเทพฯ กลับสู่ความวุ่นวายอีกครั้ง เมื่อถึงสนามบินดอนเมือง อิงฟ้ารู้สึกใจหายถ้าจะต้องแยกจากคนรัก เธออยากยื้อเวลาอยู่กับสายธารให้นานที่สุด
“พี่ธารจ๋า...ไปส่งอิงที่บ้านก่อนนะคะ อย่าเพิ่งแยกกันเลยน๊า”กอดแขนออดอ้อนเสียงหวาน
“แต่...พี่จะต้องไปจัดรายการคืนนี้นะคะ”สายธารบอกคนรักเบาๆ เธอก็ไม่อยากจากอิงฟ้าเหมือนกัน การไปเชียงคานครั้งนี้เธอรู้จักหัวใจตัวเองมากขึ้น
“ใกล้เวลาแล้วค่อยไปทำงานก็ได้นี่ค่ะ เดี๋ยวอิงไปส่งพี่นะคะ พี่เคยบอกว่าจะไห้อิงไปดูพี่จัดรายการไงคะ อิงว่างไปดูแล้ว...นะคะพี่ธาร”อิงฟ้าออดอ้อน จนสายธารใจอ่อนยอมทำตาม

“พี่ธารใจดีที่สุดเลย อิงรักพี่จังค่ะ”อิงฟ้านั่งแนบชิดกระซิบบอกสายธารในรถแท๊กซี่ คนขับรถปรายตามองกระจกหลัง ยิ้มในหน้านิดๆ เมื่อเห็นผู้หญิงสองคนนั่งแนบชิดกัน อย่างกับเป็นคู่รักกัน เขาเคยเห็นมานักต่อนักแล้ว จนเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา

เมื่อรถแท็กซี่จอดหน้าร้านตามที่อิงฟ้าบอก ทั้งสองคนเดินจูงมือกันเข้าร้านมา ก็เจอกับสายตาของจิตราเพื่อนรักจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว

“แหมๆๆๆ หวานมากันเลยนะคะ”จิตราร้องทักเสียงดัง ทำเอาอิงฟ้าหน้าแดง เขินอายสายตาเพื่อน
“อะไร...หวานอะไรกันฉันไม่อยู่ มีปัญหาอะไรไหม”ทำเสียงดุ ถามเรื่องงานกลบเกลื่อน
“แหม...หนีไปเที่ยวสบายตั้งหลายวัน ทำเป็นมาห่วงงานพี่ธารดูแฟนพี่ซิค่ะ”จิตราแกล้งทำเป็นฟ้องสายธาร

“หนีไปเที่ยวที่ไหนกัน แฟนพี่เค้าไปทำงานต่างหากล่ะ พี่เป็นพยานได้”สายธารบอกจิตรายิ้มๆ แกล้งเน้นย้ำคำว่าแฟน ทำเอาอิงฟ้ายิ่งอายหนักกว่าเดิม
“มีออกรับแทนด้วยอ่ะ...”จิตรายิ้มส่งสายตาล้อเลียนอิงฟ้า

“คนเค้ารักกัน ก็ต้องเข้าข้างกันสิ ไปเถอะค่ะพี่ธารอย่าไปสนใจพวกขี้อิจฉาแถวนี้เลยค่ะ” อิงฟ้าบอก ก่อนจะจูงมือสายธารให้ขึ้นไปบนห้องส่วนตัวของเธอ
“เออ...พอมีแฟนไม่เห็นหัวเพื่อนเลยนะ”จิตราต่อว่าตามหลัง ทีเล่นทีจริง ไม่ได้จริงจังมากนัก เธอเห็นเพื่อนรักกลับมามีความสุข เธอก็ดีใจที่สุดแล้ว

พอเข้ามาในห้องส่วนตัววางของเสร็จ อิงฟ้าผวาเข้ากอดรัดสายธารแนบแน่นทันที
“อุ้ย...อะไรกันค่ะอิง”สายธารไม่ทันได้ตั้งตัว ถูกอิงฟ้าโถมใส่ เลยล้มลงบนเตียงนอนไปพร้อมๆ กัน โดยมีอิงฟ้าทาบทับอยู่ข้างบน
“อิงคิดถึงพี่นี่ค่ะ อยากกอดตั้งนานแล้ว”อิงฟ้าบอกแล้วหอมแก้มสายธารซ้ายขวา โดยที่ยังนอนทับอยู่บนตัวสายธาร
“พี่ก็อยู่กับอิงตลอดเวลา ไม่ได้ห่างไปไหน จะมาคิดถึงอะไรกันคะ”  สายธารถามขำๆ กับการกระทำของอิงฟ้า
“อิงคิดถึงของอิง พี่ไม่คิดถึงก็เรื่องของพี่ซิค่ะ” อิงฟ้าต่อว่าหน้าง้ำ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะขำของสายธาร

“โอ๋ๆ...ไม่หัวเราะก็ได้ค่ะ หายโกรธนะคะคนดี”สายธารใช้นิ้วมือบีบจมูกคนหน้าง้ำอย่างเอ็นดู
“ไม่หายค่ะ”อิงฟ้าแกล้งงอนต่อ
“เอ๊...แล้วพี่ต้องทำยังไง อิงถึงจะหายโกรธคะ”
“พี่จะทำให้อิงจริงๆ เหรอคะ”ตั้งคำถาม พร้อมกับทำสีหน้าเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที
“ถ้าพี่ทำได้ พี่ก็จะทำค่ะ บอกพี่มาสิ”

“คืนนี้พี่จัดรายการเสร็จแล้ว มานอนกับอิงที่นี่นะคะ”
“มันดึกมากนะคะ กว่าพี่จะทำงานเสร็จ”สายธารแกล้งบ่ายเบี่ยง ทั้งๆ ที่ตัวเธอเองก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน
“น๊า...นะคะ พี่ธารคนดี อิงไม่อยากนอนคนเดียวนะคะ”อิงฟ้าออดอ้อนเหมือนที่เคยทำ เพราะเธอรู้ว่าสายธารต้องใจอ่อน
“จ้า...ก็ได้ค่ะ อ้อนจังนะเราเนี่ย”จูบลงไปบนแก้มนุ่มอย่างแสนรัก สอดแขนขึ้นโอบกอดคนที่นอนทับแนบแน่น
“เย้...ดีใจจัง พี่ธารน่ารักที่สุดเลยค่ะ”อิงฟ้าร้องดีใจ ก่อนจะใช้เรียวปากดูดเม้มริมฝีปากล่าง ของสายธารเบาๆ
   
“อื้อ...เดี๋ยวพี่ก็ไปทำงานไม่ได้พอดี”สายธารบอกเบาๆ แต่มือยังโอบกอดอิงฟ้าไม่ปล่อย
“พี่ก็อยู่เฉยๆ ซิค่ะ...”อิงฟ้าบอกเสียงแผ่ว พร้อมกับแกล้งเป่าลมใส่หูสายธารเบาๆ ทำเอาคนโดนแกล้งขนลุกซู่ จนต้องพลิกตัวเองขึ้นมา เป็นฝ่ายทาบทับอยู่ด้านบนบ้าง ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของอิงฟ้า

“ให้พี่อยู่เฉยๆ เหรอ เสียเชิงสายธารหมดสิค่ะ”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”อิงฟ้าจ้องตายั่วยวน ทำให้สายธารอดใจไม่ไหว ก้มลงจูบไปทั่วใบหน้า ระไล้พริ้วทั้งพวงแก้มอิ่มเอิบ ก่อนจะเลื่อนมาหยุดที่ริมฝีปากนุ่ม ปลายลิ้นเรียวไล้ลงไปบนริมฝีปากล่าง และบนอย่างแผ่วเบา อิงฟ้าหลับตาพริ้มใจเต้นรัว แม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่เธอก็ยังรู้สึกตื่นเต้น และวูบไหวทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรักคนนี้
“หิวแล้วอ่ะ...”สายธารจูบลงไปที่ใบหูแผ่วเบา กระซิบบอกเบาๆ ข้างหู อิงฟ้าลืมตาหัวเราะคิก กับเสียงที่ได้ยิน

“หิวเค้าเหรอ หิวก็กินซิค่ะ”ก่อนจะยื่นหน้าขึ้นมาประกบปากจูบลงไปบนปากบางที่ยิ้มกว้าง เรียวลิ้นสอดเข้าไปในโพรงปากอย่างรวดเร็ว ควานหาลิ้นของอีกคน ที่สอดรับพัวพันดูดดุน อ่อนหวานเนิ่นนาน สายธารใช้มือทั้งสองข้างดันที่นอนไว้ ยกตัวเองขึ้น ถอนปากออกจากการดูดเม้มของอิงฟ้า หอบหายใจอย่างอ่อนแรง
“หิวข้าวต่างหากล่ะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ”พลางฉุดดึงให้อิงฟ้าลุกขึ้นจากที่นอน
“แต่อิงหิวพี่นี่ค่ะ ขอกินก่อนไม่ได้เหรอ”อิงฟ้าแกล้งทำเสียงแผ่ว พร้อมกับสายตาเว้าวอน

“ไม่ได้... เรานี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ ลุกเลยพี่หิวแล้ว” สายธารใช้นิ้วจับจมูกอิงฟ้าบีบเบาๆ 
“ใจร้าย...”ทำเสียงแผ่วตัดพ้อต่อว่า
“ว่าพี่เหรอ...”
“เปล่าว่าสักหน่อย ไปเถอะค่ะ ก่อนที่พี่จะโมโหหิว จับอิงกินซะก่อน”บอกเสียงกลั้วหัวเราะ ลุกขึ้นจูงมือสายธารพาเดินลงไปข้างล่าง

“โอ้โห คุณเพื่อนค่ะ ใจคอจะไม่ยอมห่างจากพี่เค้าบ้างเลยนะ”จิตราล้อยิ้มๆ เมื่อเห็นอิงฟ้าเดินลงมาพร้อมกับสายธาร ซึ่งอิงฟ้าจับมือไม่ยอมปล่อย
“ฉันรักของฉันนี่นา ว่าแต่เธอเถอะกินอะไรยัง ไปกินกันไหมร้านพี่ต้าร์ วันนี้พี่ธารเลี้ยงเองฮ่าๆๆ”อิงฟ้าหยอกล้อกับเพื่อนอย่างไม่อาย
“ไปเถอะจ๊ะจิตรา ไม่ต้องเกรงใจ พี่เลี้ยงเอง”สายธารชวนจิตราอีกคน
“เอ๊...หรือว่ามีนัดกับเด็กแล้ว ชวนมิคไปด้วยซิจะได้แนะนำให้รู้จักพี่ธารด้วย”อิงฟ้าคะยั้นคะยอให้จิตราไปด้วย
“งั้นเธอกับพี่ธารไปก่อน เดี๋ยวฉันกับมิคจะตามไปล่ะกัน โทรตามก่อนนะ”จิตรารับปาก ก่อนจะโทรชวนมิค ซึ่งก็รีบมาตามคำชวนทันที

ร้านที่อิงฟ้าพาสายธารมา เป็นร้านสเต็กอยู่ห่างจากร้านของเธอแค่50เมตร เดินไม่นานก็ถึง
“ถึงแล้วค่ะ ทานสเต็กกันนะคะ ร้านนี้เค้าทำอร่อยค่ะ อิงมาทานกับจิตราบ่อย”
“อิงว่าดี พี่ก็ว่าดีค่ะ”สายธารบอกยิ้มๆ ทำเอาอิงฟ้ายิ้มกว้างอย่างถูกใจ

ไม่นานนักจิตราก็เดินตามมา พร้อมกับมิคหนุ่มน้อยหน้าตาดีขวัญใจของเธอ
“พี่ธารค่ะ นี่น้องมิคแฟนจิตราค่ะ มิคจ๊ะนี่พี่ธารแฟนพี่”อิงฟ้าแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน ทำเอาทั้งจิตราและมิคหน้าแดงเขินอาย
“สวัสดีครับ ดีใจที่ได้เจอพี่นะครับ ผมก็เป็นแฟนรายการพี่เหมือนกันนะครับ”มิคเอ่ยทักสายธารอย่างตื่นเต้น เพราะเค้าเคยได้ยินแต่เสียงที่อยู่ในวิทยุ พอได้มาเจอตัวจริงๆ ใกล้ชิดแบบนี้ก็ทำเอาตื่นเต้นจนสั่นได้เหมือนกัน
“สวัสดีครับ ดีใจที่ได้รู้จักแฟนของจิตรานะจ๊ะ”สายธารแกล้งเน้นเสียงตรงคำว่าแฟน พร้อมกับหันไปมองจิตรายิ้มๆ
“พี่ธารไม่ต้องมาแซวเลยค่ะ”จิตราต่อว่าอายๆ ส่วนมิคนั่งยิ้มไม่ได้พูดอะไร

เมื่อทานกันเสร็จแล้ว ทุกคนก็พากันเดินกลับร้าน โดยที่มิคขอตัวแยกไปที่ร้านตัวเอง
“พี่ธารขึ้นไปนอนเล่นก่อนก็ได้นะคะ อิงขอดูรูปที่จะส่งไปลงหนังสือก่อน”อิงฟ้าบอกสายธารเมื่อมาถึงร้านแล้ว
“ไม่เอาหรอก ทานมาอิ่มๆ ยังไม่อยากนอน พี่ช่วยเลือกนะคะ”สายธารเดินตามอิงฟ้าเข้าไปในห้องทำงานติดๆ
“พี่ว่ารูปนี้ดีกว่าค่ะ เหมือนเห็นแสงลอดผ่านออกมาจากก้อนเมฆ มันดูมีความหวังดี”สายธารชี้รูปที่เธอชื่นชอบ
“ทะเลหมอกไม่สวยเหรอคะ”
“ก็สวยค่ะ แต่มันดูธรรมดาไป เหมือนเคยเห็นเยอะแล้ว แต่รูปนี้เหมือนต้องรอจังหวะที่แสงจะมา น้อยครั้งที่จะถ่ายได้แบบนี้ จริงไหม”
“จริงค่ะ อิงรักพี่ธารจัง”

“อื้อ...มันเกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย...”สายธารรู้สึกขัดเขินขึ้นมาเหมือนกัน กับการบอกรักบ่อยๆ ของอิงฟ้า
“เกี่ยวสิค่ะ อิงรู้สึกตอนไหน อิงก็อยากบอกเลยนี่ค่ะ”
“จ้า...รีบทำงานเข้า เดี๋ยวพี่ต้องไปทำงานเหมือนกัน เย็นนี้ต้องเข้าไปเร็วหน่อย เพราะมีประชุมด้วย อิงจะรอพี่ไหวไหม นานหลายชั่วโมงเลยนะคะ”ยกมือลูบเส้นผมยาวสลวย ที่เอียงซบมาแผ่วเบาอ่อนโยน
“นานแค่ไหนอิงก็รอได้ค่ะ รอให้พี่รักมาตั้งนาน ยังรอได้เลย”
“ขอบคุณนะคะที่รักพี่ พี่ก็รักอิงเหมือนกันค่ะ”บอกออกไปอย่างรู้สึกดี สอดมือรั้งเอวของคนนั่งข้างๆ ให้เอนเข้ามาใกล้ๆ แต่ตายังจ้องมองที่จอคอมพิวเตอร์ อิงฟ้าเหลือบสายตามองคนข้างๆยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข

“จิตราเดี๋ยวคืนนี้ ฉันออกไปกับพี่ธารนะ จะไปดูพี่เค้าจัดรายการ กลับมาดึกๆ ไม่ต้องรอนะ”อิงฟ้าบอกเพื่อนก่อนจะออกไปกับสายธาร
“ตามสบายเลยเพื่อน ระวังอย่าให้ความรักมันจุกอกซะก่อนล่ะ”จิตรารับรู้ แต่ก็ยังอดล้ออิงฟ้าไม่ได้
“ฉันยอมให้มันจุกมาถึงคอเลย ดีกว่าทนแห้งเหี่ยวตาย”ชะโงกหน้าไปบอกข้างๆ หูเพื่อน ก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถที่สายธารขับมาจอดรอหน้าร้าน

ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง สายธารก็ขับรถมาถึงสถานี ขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะเดินเข้าไปในสถานี จู่ๆ ก็มีคนๆ หนึ่งที่เหมือนมาดักรออยู่ก่อนแล้ว พุ่งเข้ามาขวางทางทั้งสองคนไว้
“น้ำขิง...”สายธารร้องเรียกชื่อ เมื่อมองเห็นหน้าชัดเจน
“ใช่ค่ะ น้ำขิงเอง”
“มีอะไรจ๊ะ ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ”สายธารเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“น้ำขิงมารอพี่ค่ะ มีเรื่องอยากคุยด้วย”น้ำขิงพูดกับสายธาร แต่สายตามองเลยไปที่อิงฟ้า ที่ยืนอยู่ข้างๆ สายธาร

“เอ่อ...เดี๋ยวอิงเข้าไปรอข้างในก่อนดีกว่าค่ะ พี่ธารคุยกับน้องเค้าเถอะ”อิงฟ้าบอกก่อนจะเดินผละไป แต่สายธารกลับคว้าข้อมืออิงฟ้าไว้แน่น
“ไม่เป็นไรหรอกอิง ไม่ต้องไปไหนหรอก อยู่ตรงนี้แหล่ะ พี่กับอิงไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบังกัน น้ำขิงมีอะไรจะคุยกับพี่ คุยได้เลยค่ะ”สายธารทอดเสียงบอกอิงฟ้าอย่างนุ่มนวล แล้วหันมาบอกน้ำขิงให้คุยกับเธอ โดยไม่ทันสังเกตใบหน้าที่ซีดเผือดของน้ำขิง

“น้ำขิงได้ยินเพื่อนบอกว่าไปเจอพี่ธาร ที่เชียงคานกับแฟน ก็เลยอยากจะมาถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคะ”เวลานี้น้ำขิงรู้คำตอบที่จะได้รับเป็นอย่างดี แต่เธอก็ยังอยากได้ยินจากปากของสายธาร คนที่เธอแอบหลงรักมานาน
“ใช่ค่ะ พี่ไปกับอิงฟ้า แฟนพี่คนนี้ไง อิงจ๊ะนี่น้องน้ำขิงเป็นแฟนคลับพี่มานานแล้ว”สายธารตอบคำถามของน้ำขิงออกไป อย่างชัดเจน เธอรู้ดี...เธอกำลังทำให้ผู้หญิงคนหนึ่ง รู้สึกเจ็บปวด แต่มันย่อมดีกว่าให้ความเจ็บปวดของวันนี้ ทวีคูณขึ้นไปตามกาลเวลาในวันหนึ่งข้างหน้า เพราะเธอไม่ได้มีหัวใจเหลือไว้ให้ผู้หญิงคนไหนได้อีกแล้ว

“สะ...สวัสดีค่ะ”อิงฟ้าทักออกไป อย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก เพราะเธอเห็นแววของความเสียใจ ฉายชัดอยู่ในดวงตาของน้ำขิง ที่จ้องมองสายธารไม่วางตา เธอรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
“พี่ธารทำกับน้ำขิงแบบนี้ได้อย่างไรคะ พี่ก็รู้ว่าน้ำขิงรู้สึกยังไงกับพี่...”เสียงสะอื้นร่ำไห้ที่ดังออกมา พร้อมๆ กับน้ำตาพรั่งพรูหลั่งรินไม่ขาดสาย สายธารรู้สึกตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า จนทำอะไรไม่ถูก เธอรู้จักน้ำขิงมานานหลายปี เธอเอ็นดูเหมือนเป็นน้องมาตลอดเวลา แล้วเธอก็พยายามทำให้น้ำขิงคิดกับเธอเป็นพี่เฉกเช่นเดียวกัน ตอนที่อิงฟ้าต่อว่า และงอนเธอเรื่องน้ำขิง เธอยังว่าไร้สาระ และน่าขบขันเสียเหลือเกิน แต่พอมาถึงตอนนี้เธอถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูก กับสิ่งที่เห็นและได้ยิน

“พี่ธารใจร้าย...ฮือๆๆๆ...”น้ำขิงต่อว่าพร้อมเสียงสะอื้นไห้จนตัวโยน ก่อนจะวิ่งออกจากที่ตรงนั้นไป สายธารรู้สึกละล้าละลังทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายได้แต่กุมหัวทรุดนั่งลงกับพื้น อิงฟ้าโอบไหล่ปลอบประโลม อย่างรู้สึกเศร้าตามไปเหมือนกัน
“พี่ต้องทำอย่างไรคะ...”เงยหน้าถามอิงฟ้าอย่างสะเทือนใจ โชคดีในเวลาแบบนี้มีอิงฟ้าอยู่ด้วย
“ไม่ต้องทำอะไรคะ เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย น้องเค้าคงเสียใจในช่วงแรกๆ แต่เดี๋ยวเค้าคงจะทำใจได้ พี่ทำดีที่สุดแล้วค่ะ”อิงฟ้าบอก พร้อมกับยิ้มให้กำลังใจคนรัก ในเวลานี้เธอรับรู้ และเข้าใจในตัวสายธารมากขึ้น และเธอก็รักผู้หญิงคนนี้มากยิ่งขึ้นด้วย

“ไปทำงานเถอะค่ะ เราไม่สามารถทำให้คนทุกคน สมหวังได้ไม่ใช่เหรอ พี่มีหน้าที่ทำให้คนมีความสุขนะคะ ยิ้มหน่อยเร็ว...” อิงฟ้าให้กำลังใจ พร้อมกับฉุดดึงให้สายธารลุกขึ้น ไปจัดรายการ ไปทำให้คนยิ้มกับเสียงเพลงของเธอต่อไป
“ยิ้มหน่อยซิค่ะ ... หน้าเศร้าแบบนี้จะทำให้คนฟังเศร้าตามนะคะ ยิ้มค่ะ...”อิงฟ้ายิ้มกว้าง พร้อมกับคะยั้นคะยอให้สายธารยิ้มตาม ซึ่งสายธารได้แต่ฉีกยิ้มตามอย่างฝืนๆ
ใช่สิ...เธอมีหน้าที่ทำให้คนมีความสุข เธอต้องทิ้งความเศร้า ความไม่สบายใจไว้หน้าห้องส่งนี้ เพื่อเข้าไปทำให้คนฟังของเธอยิ้ม และมีความสุข นั่นต่างหากที่เธอต้องทำ คิดได้เธอก็ยิ้มให้อิงฟ้า ก่อนจะเดินเข้าไปทำงาน

[มาแล้วค่ะ สายธารมาพบกับคุณผู้ฟังที่รัก อีกตามเคยนะคะ หลังจากหายไปพักผ่อนมาสองวัน คุณผู้ฟังที่รักไปเที่ยวที่ไหนกันมาบ้างค่ะสำหรับวันหยุดที่ผ่านมา เล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ สายธารได้มีโอกาสไปเที่ยวที่เมืองเล็กๆ ติดกับลำน้ำโขงมา ดีมากๆ ค่ะ ทั้งอากาศและผู้คนที่น่ารัก เมืองที่ห่างไกลความเจริญ แต่น้ำใจงามเหลือเกินค่ะ สายธารอยากจะให้เชียงคาน หยุดความเจริญไว้เพียงแค่นี้ จะได้น่าอยู่และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของพวกเราไปอีกนานๆ เมื่อใดที่ความเจริญเข้าไปเยือน ความน่าอยู่มักจะหายไป ความเจริญทางวัตถุคืบคลานเข้าไป ทำให้ธรรมชาติที่เราถวิลหาหายไปด้วยคิดแล้วเศร้าจัง...มาฟังเพลงหวานๆ กันดีกว่าค่ะ]




‘เพียงนาทีที่ต้องรอคอย รู้ไหมมันช่างยาวนาน
นาฬิกาของคนรักกัน ช่างเดินช้า
เพียงนาทีที่เราไกลห่าง ความคิดถึงก็เข้ามาหา
คิดถึงสัมผัส คิดถึงสายตา และคำว่ารักจากเธอ

ใจเธอนั้นคิดยังไง ถ้าคืนนี้มีเพียงเธอกับฉัน
อยากให้เรากระซิบรักกัน ใช้เวลาร่วมกันทุกนาที
ถ้าให้รอถึงพรุ่งนี้ แล้วคืนนี้หัวใจจะทำไง
กลัวมันจะทนไม่ได้ อาจขาดใจเสียก่อนจะพบกัน’
  ****นาฬิกาของคนรักกัน   ศิลปิน: กะลา****

เสียงเพลงที่ดังออกมานอกห้องส่ง ทำเอาอิงฟ้าที่นั่งอยู่ด้านนอกที่มีแค่กระจกกั้น เงยหน้ามองเข้าไปสบสายตาคนที่อยู่ด้านใน ซึ่งทอดสายตาหวานฉ่ำมาที่เธอเหมือนกัน ความอบอุ่นแล่นผ่านเข้ามาในหัวใจ จนต้องยิ้มกว้างออกมา...อย่างรู้สึกดี